วันที่สำคัญที่สุดที่พวกเรารอ

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:26:11 โดย aom6423

 

 

วันแม่แห่งชาติ

พระราชประวัติ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มีฐานันดรเมื่อแรกพระราชสมภพคือ หม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์กิติยากร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๗๕ ที่บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบล วังใหม่ อำเภอ ปทุมวัน จังหวัดพระนคร ซึ่งเป็นบ้านของ พลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) พระบิดาของหม่อมหลวงบัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”    เมื่อแรกทรงพระราชสมภพนั้นบ้านเมื่องอยู่ในระยะแรกของการปกครองจากระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยพระบิดาซึ่งขณะนั้นมียศเป็นพันเอกหม่อมเจ้านักขัตรมงคลกิติยากรดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ต้องทรงออกราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง เลขานุการเอกประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี. ชี.สหรัฐอเมริกาดังนั้นในวัยเยาว์เมื่อแรกเกิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงศานุประพันธ์ และ ท้าววนิดาพิจาริณี บิดามารดาของหม่อมหลวงบัว บางครั้งพระองค์ต้องทรงติดตามพระราชวงศ์ไปในต่างจังหวัดเช่น หม่อมเจ้าอัปสรสมาน กิติยากร พระมารดาของ หม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ นัดดา ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปจังหวัดสงขลา 
    ปลายปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เมื่อ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีอายุ ๓ขวบจึงมีโอกาสอยู่ร่วมพร้อมกันทั้งครอบครัวเนื่องจากพระบิดา ทรงลาออกจากราชการเสด็จกลับประเทศไทย จึงทรงรับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ หม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ พระเชษฐา และ หม่อมราชวงศ์บุษบา พระขนิษฐา ที่ตำหนักริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปลายถนนผดุงกรุงเกษม เทเวศร

 

 

 

 

 

 

  การศึกษาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์กิติยากรทรงเริ่มรับการศึกษาชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินีปากคลองตลาดเมื่อพ.ศ.๒๔๗๙ต่อมาเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาจังหวัดพระนครเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญถูกโจมตีทิ้งระเบิดทางอากาศจึงทรงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ถนนสามเสนซึ่งอยู่ใกล้บ้านในระยะที่เดินไปโรงเรียนได้การที่ต้องทรงเผชิญสภาวการณ์บ้านเมื่องในยามสงครามโลก ซึ่งเป็นสภาวะผันผวนไม่สะดวกสบายตั่งแต่ยังทรงพระเยาว์และพระบิดาทรงเป็นทหาร จึงทรงได้รับการอบรมในเรื่องวินัยความอดทนความเสียสละทำให้ทรงสั่งสมประสบการณ์เป็นพื้นฐานชีวิตที่แข็งแกร่งมาตั่งแต่ทรงพระเยาว์       เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาสงบแล้วหม่อมเจ้านักขัตรมงคลได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐทูตวิสามัญและอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักเซ็นต์เจมส์ประเทศอังกฤษหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้ติดตามครอบครัวไปพำนักณประเทศอังกฤษตั้งพระทัยจะเรียนเปียโนภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสแต่ต่อมาต้องทรงย้ายติดตามพระบิดาไปพำนักณประเทศเดนมาร์กประเทศฝรั่งเศสทรงมุ่งมั่นจะเป็นนักเปียโนและทรงประสงค์จะเข้า ศึกษาที่วิทยาลัยดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส    ใน พ.ศ. ๒๔๙๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงศึกษาอยู่ที่เมื่องโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และโปรดเสด็จไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ที่กรุงปารีสจึงทรงพบทรงคุ้นเคยและทรงต้องพระราชอัธยาศัยกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จึงทรงโปรดเกล้าฯให้หม่อมหลวงบัว นำธิดาทั้งสองไปเยี่ยมพระอาการที่กรุงโลซานน์และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มาอยู่ศึกษาต่อที่เมื่องโลซานน์โดยเข้าศึกษาที่โรงเรียนประจำ Riante Rive มีชื่อเสียงใน การสอนวิชา ภาษา ศิลปะดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์    วันที่๑๙กรกฏาคม๒๔๙๒สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงหมั่นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิต์โดยทรงใช้พระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระราชบิดา(สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดช วิกรม พระบรมราชนก) ทรงหมั่น สมเด็จพระราชชนนี (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี)

พระราชพิธราชาภิเษก  ต่อมาเมื่อพ.ศ.๒๔๙๓ได้ตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนิวัติประเทศไทยเพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลแล้วได้เข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่๒๘เมษายนพ.ศ.๒๔๙๓ณวังสระปทุมสมเด็จพระสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า(พระราชมารดาของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ทรงเป็นประธาน พระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ทรงจดทะเบียนสมรส ตามกฏหมายด้วย และในวันนั้น หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสสริยาภรณ์ตามฐานะและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเลี้ยงฉลองมงคลราชาภิเษกสมรสเป็นการภายในระหว่างพระญาติสนิทและข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดประมาณ๒๐คนกล่าวได้ว่าเป็นมงคลสมรมที่ประหยัดโดยทรงรักษาส่วนที่เป็นราชประเพณีสำคัญไว้ครบถ้วนและรุ่งขึ้นหลังจากวันพระราชพิธีแล้วในวันที่๒๙เมษายน๒๔๙๓ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล หัวหิน ๓ วัน ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นการไปดื่มน้ำผึ่งพระจันทร์ ที่ไม่เป็นการฟุ่มเฟือยเช่นกัน

" จักรีบรมราชอิสริยาภรณ์ ประกาศเกียรติมหิสรมเหสี
สมเด็จพระราชินี โดยความยินดีแห่งปวงชน
นับแต่กาลพิธีนี้แล้ว พระคือดวงแก้วพิพิธผล
สว่างโรจน์โชติคู่ พระภูมิพล ร้อยรวมจิตชนชาวไทย"

   ครั้งเมื่อถึงวันที่๕พฤษถาคมพ.ศ.๒๔๙๓สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณีเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯและได้ทรงสถาปนาเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินี”ต่อมา เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลับประเทศ สวิตเซอร์แลนด์เนื่องจากแพทย์ผู้รักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่งในพ.ศ.๒๔๙๔สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีมีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯณเมื่องโลซานน์เมื่อพระชนมายุได้๗เดือนทั้งสามพระองค์ได้เสด็จนิวัติประเทศไทยระหว่างที่กำลังซ่อมบูรณะพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อใช้เป็นที่ประทับถาวร ได้ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต ซึ่งต่อมา สมเด็จพระบรมราชินีพระประสูติกาล พระราชโอรส พระราชธิดา อีก ๓ พระองค์ คือ    - สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
   - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
   - สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
รวมพระราชโอรสและพระราชธิดารวม ๔ พระองค์          วันที่๑๒สิงหาคมพ.ศ.๒๔๙๙ทรงได้รับแต่งตั่งเป็นสภานายิกาสภากาชาดไทยแทนสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี องค์สภานายิกาเดิม ซึ้งเสด็จสวรรคต เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๙๘    ในปี พ.ศ.๒๔๙๙นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชศรัทธาเสด็จออกทรงพระผนวชในพระบวรพระพุทธศาสนา ตามโบราณราชประเพณีทรงกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงลุล่วงเรียบร้อยเมื่อทรงลาผนวชแล้วจึงทรงพระกรุณาสถาปนาพระอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี เป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ”มีความหมายว่า“พระบรมราชินี ผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน” จึงนับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระองค์ที่สองของประวัติศาสตร์ชาติไทย 

     

 

 

 

แหล่งข้อมูล www.mthai.com

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


อันแน่เม้นให้ตัวเองนะ สวยดีนะ

#2 โดย kaew6433
เมื่อ 2006-08-23 17:53:12

รูปแบบสวยงาม มีความคิดสร้างสรรค์ดี น่าอ่าน

#1 โดย aom6423
เมื่อ 2006-08-18 19:52:30