จิตรกรโลกเลโอนาโด ดาวินซี

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:24:55 โดย bellkiku
 

                                   Leonado   Da   Vinci


        เลโอนาโด ดาวินซี (Leonado da Vinci)   เป็นจิตรกรผู้มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในเรื่องราวของงานศิลปะ  อีกทั้งยังมีความรอบรู้ในศาสตร์หลากหลายแขนง

 

 

 

 

 

 

 

 

          ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเลโอนาโด เกิดเมื่อใด แต่ทราบเพียงว่าเขาเกิดที่หมู่บ้านวินซี (Vinci)  เมื่อ ค.ศ.1452  เป็นบุตรนอกสมรสของ เปียโร ดาวินซี (Piaro Da Vinci) ผู้เป็นทนายของหมู่บ้าน กับเด็กสาวที่ชื่อ คาทาริน่า (Catarina)ซึ่งเขามีภรรยาแล้วและมีบุตร 2คน ถ้านับอายุเลโดนาโดก็เท่ากับเป็นบุตรคนกลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

          เนื่องจากมารดาของเลโอนาโดมีเชื้อสายของพวกอีทรัสกัน ซึ่งชาวอิตาเลียนรังเกียจและเป็นเมียลับ จึงต้องพาบุตรลบซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมเล็กๆบนภูเขาเล็กๆใกล้หมู่บ้าน โดยพ่อของเลโอนาโดไม่ค่อยมีเยื่อใยเท่าใด

 

 

 

 

 

 

 

 

          ในวัยเด็กการที่ต้องอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยที่ไม่มีอะไรจะเล่น เด็กน้อยผู้มีอารมณ์ร่างเริง แต่แฝงความอยากรู้อยากเห็น ได้เก็บเอาผลไม้ป้า สัตว์เล็กๆจำพวกกิ้งก่ามาพิจารณา ผลไม้แห้งถูกแยกจัดเป็นหมวดหมู่ บางที่ก็แอบเอาผลไม้ป่าไปขายในตลาดที่หมู่บ้าน   จนเมื่อเขาโตขึ้นบิดาจึงมารับตัวกลับไป โดยแลกกับการที่มารดาของเขาจะได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินบนเขากับกระท่อมหิน

 

 

 

 

 

 

 

 


แม้จะได้มาอยู่กับบิดา แต่เขาก็ยังชอบจับสัตว์เล็กๆมาผ่าตัดศึกษากายวิภาค จนกระทั่งอายุได้ 17 ปี บิดาจึงพาตัวเขาไปยังเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งในเวลานั้นเจ้าเมืองฟลอเรนซ์ คือ ลอเรนโซ เดอ เมดิซี่ มีความสนใจในงานศิลป์ มีการสนับสนุนและอุปการะผู้เชี่ยวชาญในด้านศิลป์ ถึงกับมีการตั้งโรงเรียนสอนศิลปะขึ้นในวัง บิดาของเขาก็ฝากตัวเลโอนาโดให้เรียนศิลปะที่นี้ โดยมีครูผู้สอน คือ อังเดรีย เดล เวอรอคชิโอ (Andrea Del Verrocchio)  ซึ่งงานเขียนของเลโอนาโดได้รับอิทธิพลจากเขามากที เดียว  เลโอนาโดสนใจในการออกแบบสิ่งแปลกๆและกายวิภาคมากกว่า แต่ก็ต้องเรียนการวาดภาพและแกะสลักอยู่ถึง 7 ปี

 

 

 

 

 

 

 

 

          จากฝีมือของเขาได้ปรากฏแววอัจฉริยะอันยิ่งใหญ่ของโลกในหมู่นักเรียนภาพ เขียนภาพแรกของเขาคือ "การเจิมน้ำมนต์ของพระไครส์ท์ "(Baptism of Christ) และนับจากนั้นเลโอนาโดก็ไม่สนใจกับงานประติมากรรมอีกเลย แต่สนใจในเรื่องการวาดภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

          ใน ค.ศ.1483  เขาวาดภาพ "พระผู้บริสุทธิ์แห่งก้อนหิน"  (The Virgin of the Rocks) ซึ่งได้วาดเอาไว้ 2 ภาพ โดยไม่ทราบแต่ชัดว่าภาพที่ปัจจุบันอยู่ที่บริติชมิวเซียน และที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในฝรั่งเศสนั้น ภาพใดวาดขึ้นก่อน แต่แล้วก็มีเหตุทำให้เลโอนาโดต้องเดินทางไปมิลาน เพราะเรื่องรักๆใคร่ๆอันไม่แน่ชัดโดยมีดยุคแห่งโฟซ่า แห่งมิลานเป็นผู้อุปถัมภ์ ซึ่งเลโอนาโดได้ออกแบบการก่อนสร้าง การแกะสลักและวาดภาพ ค.ศ. 1497  เขาก็ลงมือวาดภาพอันมีชื่อเสียงมากที่ผนังของโบสถ์เซนต์ มาเรีย เดลลากราซี่ (St. Maria Della Grazie) ภาพนี้คือภาพ "อาหารมื้อสุดท้าย"(The Last Supper) โดยใช้เทคนิควาดแบบนอร์แมนส์เฟรสโก คือ การวาดภาพลงบนปูนเปียกก่อนที่ปูนจะแห้ง ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าสมบูรณ์ที่สุด มีองค์ ประกอบที่ดีเยี่ยม จากการกระจายภาพจากกึ่งกลาง มีสิ่งของในภาพที่ตรงต่อความเป็นจริง

 

 

 

 

 

 

 

 

                   
                                

 

          ตลอดระยะเวลา 16 – 18 ปีที่เลโอนาโดอยู่ในมิลาน ในยามว่างเขาได้ออกแบบเครื่องจักรแบบต่างๆ แบบก่อสร้าง ร่างลักษณะท่าทางของสัตว์ อวัยวะและร่างกายมนุษย์ไว้มากมาย แล้วในค.ศ. 1499 เลโอนาโดก็มีสตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต คือ สตรีผมสีทอง ชื่อว่า ซาไร (Sarai)   ในขณะนั้นเขาอายุ 47 ปีแล้ว และเขาได้วาดภาพให้เธอตามคำขอร้อง      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในขณะที่ภาพเขียนลาสท์ซัปเปอร์กำลังดังอยู่นั้น มียอดนักจิตรกรรมอีกท่านหนึ่งคือ ไมเคิล แองเจโล  มีอายุ 23 ปี เป็นหนุ่มไฟแรง มีความสามารถในการวาดภาพสูงมาก และกำลังดังขึ้นมาเทียบรัศมี ซึ่งเมื่อเลโอนาโดเดินทางกลับมาฟลอเรนซ์เพื่อวาดภาพจากการจ้างด้วยค่าจ้างสูงถึง 1 หมื่นฟลอรินที่โบสถ์ซินยอเรีย ก็เกิดปะทะคารมกัน ทำให้ยอดศิลปินต่างรุ่นทั้งสองนี้ไม่ถูกกันเป็นอย่างมาก และเกือบเกินการประชันวาดภาพกัน   เนื่องจากที่เลโอนาโดได้วาดภาพที่ผนังโบสถ์ซินยอเรียชื่อ การยุทธที่แองเฮีย ริ (The Battle of Anghiari) แต่จากงานที่มีมากมายทำให้เขียนภาพค้างไว้ กรรมการของโบสถ์จึงว่าจ้างไมเคิลให้เขียนต่อด้วยราคาเพียงครึ่งเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

          พอเลโอนาโดรู้เข้าก็กลับมาเขียนต่อทันที และใช้วิธีที่คิดขึ้นใหม่โดยการผสมขี้ผึ้งกับสี แล้วใช้ไฟลนจากบนลงล่าง แต่บังเอิญไฟลนผนังด้านล่างมากไป สีตอนบนเลยละลายทำให้ภาพเสียหาย เลยไม่ได้เขียนประชันกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

          ภาพในครั้งนี้ ยังเหลือแบบอยู่ในสมุดสเกตช์ ซึ่งปีเตอร์ พอล รูเบน ได้นำมาวาดใหม่

          และที่ฟลอเรนซ์นี่เอง ที่เลโอเนโดได้วาดภาพอันมีชื่อเสียงมากอีกภาพหนึ่งคือ โมนาลิซ่า (Monalisa) ซึ่งเป็นภาพของลิซ่า เดล กิโอคอนดา ภริยาของฟรานเซสโก้ เดล กิโอคอนดา เจ้าเมืองฟลอเรนซ์  ภาพนี้เลโอนาโดใช้เวลาถึง 4 ปี โดยสลับกับการเขียนภาพอื่นๆ ซึ่งตัวจริงขอลิซ่านั้นไม่อาจยิ้มขึ้นมาเองได้ แต่เป็นการเติมแต่งขึ้นมาเอง โดยเอารอยยิ้มจากภาพเขียนที่วาดให้แก่ เซซิเลีย กัลเลอรานิ ภรรยาลับของเขา


                        
    
        
เมื่อ ค.ศ.
1484 ภาพนี้ถือกันว่าเป็นภาพพอร์เตรทที่ดีที่สุดในโลก มีการโจรกรรม ภาพล้อเลียนมากมาย ปัจจุบันถูกเก็บรักษาอยู่ที่พิพิทภัณฑ์ลูฟร์

 

 

 

 

 

 

 

 


   
         บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์หน้ารูปเขียนโมนาลิซ่า


        ต่อมาเขาได้วาดภาพ ลีด้ากับหงส์ (Leda and The Swan) และ แม่พระกับพระบุตร และ เซนต์แอนน์ (Virgin and Child with St.Ann)  เมื่อเขากลับมายังมิลาน ในค.ศ. 1516 ได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส
        ต่อมาเขาได้วาดภาพ ลีด้ากับหงส์ (Leda and The Swan) และ แม่พระกับพระบุตร และ เซนต์แอนน์ (Virgin and Child with St.Ann)  เมื่อเขากลับมายังมิลาน ในค.ศ. 1516 ได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส

 

        ต่อมาเขาได้วาดภาพ ลีด้ากับหงส์ (Leda and The Swan) และ แม่พระกับพระบุตร และ เซนต์แอนน์ (Virgin and Child with St.Ann)  เมื่อเขากลับมายังมิลาน ในค.ศ. 1516 ได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส
        ต่อมาเขาได้วาดภาพ ลีด้ากับหงส์ (Leda and The Swan) และ แม่พระกับพระบุตร และ เซนต์แอนน์ (Virgin and Child with St.Ann)  เมื่อเขากลับมายังมิลาน ในค.ศ. 1516 ได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส

        ต่อมาเขาได้วาดภาพ ลีด้ากับหงส์ (Leda and The Swan) และ แม่พระกับพระบุตร และ เซนต์แอนน์ (Virgin and Child with St.Ann)  เมื่อเขากลับมายังมิลาน ในค.ศ. 1516 ได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส
        ต่อมาเขาได้วาดภาพ ลีด้ากับหงส์ (
Leda and The Swan) และ แม่พระกับพระบุตร และ เซนต์แอนน์ (Virgin and Child with St.Ann)  เมื่อเขากลับมายังมิลาน ในค.ศ. 1516 ได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส

 

                                                 

         
หลังจากนั้น เลโอนาโดได้รับเชิญจากพระเจ้าฟรานซิสที่
1 ให้เขาเดินทางไปพำนักที่ฝรั่งเศสในปี 1916 ซึ่งเขาได้หอบภาพเขียนโมนาลิซ่าติดตัวไปด้วย ณ ปราสาท คลูซ์  หลังจากนั้น 3 ปีเขาก็ถึงแก่กรรม  

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น