ความหมายของน้ำสมุนไพร

  โพสเมื่อ 2009-10-06 00:40:07 โดย catoon149

gword30.gif

butterfliesflower.gifgword29.gif butterfliesflower.gif

 น้ำมุ

มาทำน้ำสมุนไพรกันเทอะ

               ถ้าจะกล่าวว่า พืชสมุนไพรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยก็คงไม่แปลก เพราะทั้งอาหารที่บริโภคก็มีส่วนประกอบของพืชสมุนไพร ซึ่งทั้งอร่อยและบำบัดโรครวมถึงน้ำดื่มดับกระหายคลายร้อนหรือชาสมุนไพรที่เคยดื่มเคยจิบกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยมีทั้งเก็กฮวย ตะไคร้ กระเจี๊ยบ ใช้ดื่มดับกระหาย โดยไม่รู้ว่านอกจากรสชาติที่อร่อยชื่นใจแล้ว ยังกำนัลด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ด้วยวันและเวลาผ่านไป ใครหลายคนคงลืมน้ำสมุนไพรเหล่านี้ไปแล้วลองย้อนวันเวลากลับไปทบทวนความรู้สึกเมื่อครั้งวัยเยาว์ที่ได้ดื่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำชาเหล่านี้ ว่าทำให้เรามีแรงกระโดดโลดเต้นได้มากมายเพียงใด

คุณค่าของน้ำสมุนไพร

กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายในการสนับสนุน ส่งเสริมให้นำเอาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย หรือการกินอยู่อย่างวิถีไทยขึ้นมาใช้ เพื่อส่งเสริมรักษาบำรุงสุขภาพ ในยุคปัจจุบัน โดยให้คัดและเลือกสรรภูมิปัญญาที่เป็นผลและสามารถอธิบายได้  

          ซึ่ง ณ วันนี้และขณะนี้ สิ่งที่นำมารับใช้สังคมได้อย่างดีก็คือ การส่งเสริมให้ประชาชนใช้ผักพื้นบ้าน ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน เอ อี ซี และผลไม้ไทย ซึ่งทั้งผักก็ดี ผลไม้ก็ดี สมุนไพรก็ดีนั้น สามารถนำเอามาใช้ทั้งในรูปแบบยา อาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาสมุนไพร และผลไม้มาใช้ในรูปแบบของเครื่องดื่มสมุนไพรนั้น เป็นที่นิยมอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถทำด้วยตนเองได้ และเข้าไปอยู่ในระบบของวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายกว่าอื่นๆ ใดๆ

อย่างเช่นการใช้สมุนไพรบางชนิดมาทำเครื่องดื่มเมื่อรับประทานแล้ว สามารถ ทำให้ได้รับวิตามินซีมากขึ้น และสามารถ ลดคลอเลสเตอรอลได้ สามารถทำให้การรักษาอื่นๆ ใด นั้น ประสบความสำเร็จดียิ่งขึ้น อันนั้นเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญ จึงได้รวบรวมข้อมูลความรู้ทั้งหมดในการทำน้ำและเครื่องดื่มสมุนไพร

 ชนิดของน้ำสมุนไพร

น้ำลูกเดือย น้ำกระเพราแดง น้ำใบบัวบก น้ำแห้ว น้ำชำมะเรียง
น้ำมะระ น้ำแมงลัก น้ำดอกคำฝอย น้ำกระจับ น้ำลูกบัว
น้ำมะเขือเทศ น้ำตะไคร้ น้ำแครอท น้ำลูกท้อ น้ำหญ้าปักกิ่ง
น้ำฟ้าทะลายโจร น้ำอาซี น้ำเตยหอม น้ำมะขวิด น้ำฟักทอง
น้ำว่านหางจระเข้ น้ำขิง น้ำคะน้า น้ำพลับสด น้ำารากบัว
น้ำมะตูม น้ำตำลึง น้ำสละ น้ำลังสาด น้ำพุทรา

 ข้อแนะนำ

การดื่มที่ดีควรดื่มแบบจิบช้าๆและควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยา การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียว ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อร่างกายได้ การดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซนเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และอาจทำให้มีการดูดซึมสารก่อมะเร็ง,จุลินทรีย์ ฯลฯ ได้ง่าย

fireworks.gif
gword30.gif



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


0000000000000

#1 โดย อาย
เมื่อ 2011-08-28 21:05:12