ชนิดของไม้มงคลที่ประจำทิศในการวางศิลาฤกษ์

  โพสเมื่อ 2012-06-19 10:18:17 โดย daejongkon

 

ความหมายของ คำว่า ไม้มงคล” นั้น คนโบราณใช้เรียกไม้ยืนต้น 9 ชนิด สำหรับใช้ไปฝังไว้ในบริเวณบ้านหรือสวน หรือเคหสถาน ตามทิศทางต่างๆ โดยเชื่อว่าจะเกิดสิริมงคลแก่ผู้ที่อยู่อาศัย แต่ปัจจุบันมีการจัดแบ่งไม้ดอกไม้ประดับที่เป็นมงคลออกมากมาย เช่น ไม้มงคลประจำวันเกิด ไม้มงคลประจำเดือนเกิด ไม้มงคลประจำปีเกิด ไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน ไม้มงคลประจำทิศ ไม้มงคลปลูกแล้วรวย ฯลฯ แต่ในข้อเขียนนี้จะพูดถึงไม้มงคลที่ใช้ในการวางศิลาฤกษ์

 

ดูเหมือนเรื่องของฤกษ์ยามต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำ หรือกิจกรรมตลอดจนพิธีการต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนไทยเราอยู่เสมอ จึงมักได้ยิน คำว่า ดูฤกษ์ดูยามหรือยัง กันอยู่เสมอๆ จะปลูกสร้างบ้านเรือน ตึก วัดวาอารามต่างๆ ก็ต้องดูฤกษ์ดูยามกันก่อน ถือว่าฤกษ์ดี มีมงคล ถ้าเป็นอาคารสถานที่สำคัญๆ ก็ต้องมีพิธีวางศิลาฤกษ์ การถือฤกษ์ยามในการก่อสร้างก็มีคติและความเชื่อที่แตกต่างกันไป บางท้องถิ่นก็กระทำกันอย่างง่าย บางท้องถิ่นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีพิธีให้ถูกต้อง หรือไม่ก็เป็นไปตามฐานะของผู้ที่เป็นเจ้าของสิ่งก่อสร้างนั้นๆ ด้วย

 

 1. ไผ่สีสุก (ทิศเหนือ) มีความหมายถึง ความมั่งมีศรีสุข ฐานะร่ำรวย มั่งคั่ง สุขกาย สบายใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรง ไผ่สีสุกเป็นไม้ไผ่ประเภทมีหนาม ความยาวลำต้นสูง 10-18 เมตร เนื้อแข็ง ผิวเรียบเป็นมัน ข้อไม่พองออกมา กิ่งมาก แตกตั้งฉากกับลำต้น หนามโค้งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 อัน อันกลางยาวกว่าเพื่อน ลำมีรูเล็กเนื้อหนา ใบมีจำนวน 5-6 ใบ ที่ปลายกิ่ง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มกว้างๆ หรือตัดตรง เชื่อกันว่าเป็นไม้ดั้งเดิมในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก หรือหมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้ ในประเทศไทย มักจะขึ้นอยู่ตามที่ราบลุ่มริมห้วย แม่น้ำ ใบใช้ขับและฟอกล้างโลหิตระดูที่เสีย แก้มดลูกอักเสบ ขับปัสสาวะ ตาไผ่ใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้พิษ รากใช้ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ ขับนิ่ว

 

2. ทรงบาดาล (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) มีความหมายว่า เมื่อต้องการสิ่งใด ที่ชอบที่ควร ก็สามารถบันดาลได้ สมความปรารถนา ทรงบาดาล เป็นไม้พุ่ม สูง 3-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 4-6 คู่ รูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ขนาดกว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 2.5-4 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ดอกสีเหลืองออกตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นไม้เอเชียเขตร้อนและจาไมกา ราก นำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้สะอึก แก้ถอนพิษไข้ สำแดง และมักปลูกเป็นไม้ประดับ โดยเฉพาะปลูกเกาะกลางถนนหลายสายในกรุงเทพมหานคร

 

3. ไม้สัก (ทิศตะวันออก) มีความหมายถึง ความมีศักดิ์ มีศรี แก่บ้านเรือนและผู้อยู่อาศัย เป็นที่เคารพยำเกรงแก่ผู้ที่จะมาคบค้าสมาคมด้วย มีศักดิ์ศรีในวงสังคม สักเป็นไม้ยืนต้น เป็นไม้ขนาดใหญ่ ลำต้นเปลาตรง เปลือกเรียบ หรือแตกเป็นร่องเล็กๆ สีเทา เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมค่อนข้างทึบ ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ บางส่วนในภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใบเอามาต้มแล้วดื่มลดน้ำตาลในเลือด และยังเป็นการรักษาโรคเบาหวานได้ด้วย ทำให้ผู้หญิงประจำเดือนมาปกติ สุขภาพดี แก้อาการอักเสบในลำคอ ดอกต้มดื่มขับปัสสาวะ แก่นรักษาโรคผิวหนังและขับพยาธิ เนื้อไม้มีลายสวยงาม แข็งแรง ทนทาน จึงมักนำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง ใช้ทำเครื่องเรือนและในการก่อสร้างบ้านเรือน ชักเงาได้ง่าย ปลวก มอด ไม่ชอบทำลาย เพราะเนื้อไม้มีสารเตคโตคริโนน

 

4. กันเกรา (ทิศตะวันออกเฉียงใต้) มีความหมายถึง การขัดเกลาบุตรหลานบริวารผู้อยู่อาศัยให้ว่านอนสอนง่าย ไม่มีทิฐิ ดื้อรั้น ไม่โลภ ไม่มัวเมากับสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย กันเกราเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึก ไม่เป็นระเบียบ ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้นและตามที่ต่ำ ที่ชื้นแฉะใกล้น้ำ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง นิยมใช้ทำเสาเรือน ใบใช้บำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น แก้หืด และรักษาโรคผิวหนังพุพอง เปลือกใช้บำรุงโลหิต แก้ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน ขับลม แก้ไข้แก้ปวดตามข้อและเป็นยาอายุวัฒนะได้อีกด้วย และปลูกเป็นไม้ประดับด้วย

 

5. พะยูง (ทิศใต้) มีความหมายว่า จะช่วยพยุงฐานะให้มั่นคง เมื่อถึงเวลาขัดสนก็จะไม่ทำให้ฐานะหรือวงศ์ตระกูลถึงกับเซทรุด ป้องกันมิให้ตกอับหรือลำบากยากจนข้นแค้น พะยูง เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูง 15-25 เมตร เปลือกสีเทาเรียบ เรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่ ขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณชื้นทั่วๆ ไป ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เนื้อไม้สีแดงอมม่วงถึงแดงเลือดหมูแก่ เนื้อละเอียด แข็งแรง ทนทาน ขัดและชักเงาได้ดี ใช้ทำเครื่องเรือน เกวียน เครื่องกลึงแกะสลัก ทำเครื่องดนตรี เช่น ซอ ขลุ่ย ลูกระนาด รากแก้ไข้พิษ เปลือกต้มเอาน้ำมาอมแก้ปากเปื่อย ยางสดทาแก้ปากเปื่อย ผลทำไม้ประดับแห้ง

 

 6. ทองหลาง (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) มีความหมายว่า จะทำกิจการใดก็ตาม จะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ แก้วแหวนเงินทองจะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย นั่งนอนบนกองเงินกองทอง ทองหลาง มี 2 ชนิด คือ ทองหลาง และทองหลางด่าง เป็นไม้ผลัดใบ สูง 5-10 เมตร ตามกิ่งต้นอ่อนมีหนาม เรือนยอดเป็นพุ่มกลม โปร่ง นิเวศวิทยา พบทั่วไปในย่านเอเชียเขตร้อนและอบอุ่น  สำหรับทองหลางนั้นใบอ่อนรับประทานได้ ใบห่อเมี่ยงคำได้เหมือนใบชะพลู ใบแก่สดทองหลางยังใช้รมควัน ชุบน้ำสุกปิดแผลและเนื้อร้ายที่บวม ดูดหนองให้ไหลออกมาและทำให้แผลยุบ ใบคั่วใช้เป็นยาเย็น ขับลม ดับพิษไข้ บดทาแก้ข้อบวม แก้พิษต่างๆ ยังใช้บำบัดบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ช่วยรักษาโรคตาและโรคริดสีดวง และยังขับประจำเดือนอีกด้วย ส่วน ทองหลางด่าง ไม่นิยมนำใบมารับประทานเหมือนทองหลาง แต่มีใบที่ด่าง และมีดอกที่สวยงามมาก อีกชื่อหนึ่งของทองหลางด่างคือ ปาริชาติ ซึ่งปัจจุบันมีการตอนและปลูกลงกระถางเป็นไม้ประดับ เพราะเมื่อออกดอกสวยเด่นมาก

 

7. ชัยพฤกษ์ (ทิศตะวันตก) มีความหมายว่า จะได้รับชัยชนะแก่ผู้มุ่งร้าย หมายขวัญ ศัตรูหมู่มาร คู่อาฆาตทั้งหลาย ผู้ไม่ประสงค์ดี มิอาจทำอันตรายใดๆ ได้ จะพ่ายแพ้ไปในที่สุด ในลักษณะไพรีพินาศ ชัยพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้น สูงถึง 15 เมตร ลำต้นสีน้ำตาล ทรงพุ่มใบกลมคล้ายร่ม เมื่อต้นยังอ่อนมีหนาม ใบประกอบรูปขนนกปลายคู่ เรียงสลับ มีใบย่อย 5-15 คู่ แผ่นใบรูปไข่แกมรูปรี หรือรูปขอบขนาน ขนาดกว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 2.5-5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบกลม ผิวใบด้านล่างมีขนละเอียด ดอกเริ่มบานสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ใกล้โรยดอกสีขาว ประโยชน์ เนื้อในฝักเป็นยาระบายอ่อนๆ ปลูกประดับก็ได้ เพราะมีดอกสวยงาม

 

8. ราชพฤกษ์ (คูน), (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) มีความหมายว่า จะได้อำนาจราชศักดิ์ ความมั่งคั่งจะทวีคูณเป็นเงาตามตัว ราชพฤกษ์ เป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15เมตร ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป ทางภาคอีสานจะเรียกว่า ต้นคูน ดอกสีเหลือง คุณประโยชน์ รากฝนทาแก้กลาก เป็นยาระบาย รากและแก่นเป็นยาขับพยาธิ เปลือกและไม้ใช้ฟอกหนัง และใช้บดทาผื่นตามร่างกาย เนื้อไม้สีแดงแกมเหลืองทนทานใช้ทำเสา ล้อเกวียน ใบต้มดื่มเป็นยาระบาย ดอกแก้ไข้ ฝักเนื้อในรสหวาน เป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ขัดข้อ

 

9. ขนุน (ศูนย์กลางหลุมศิลาฤกษ์) มีความหมายว่า จะมีผู้เกื้อหนุนค้ำชูให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ขนุนจัดเป็นไม้ผลชนิดเดียวในกลุ่มไม้มงคลนี้ เป็นไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย เป็นพืชเศรษฐกิจเมืองร้อนที่ให้ผลขนาดใหญ่ บริโภคทั้งผลดิบและผลสุก นอกจากนี้ ยังนำไปแปรรูปเป็นอาหารชนิดต่างๆ มีปลูกทั่วทุกภาคของประเทศไทย ผลอ่อนใช้ปรุงอาหาร ผลสุกเยื่อหุ้มเมล็ดมีรสหวาน เมล็ดปรุงอาหารได้ เนื้อไม้ใช้ทำพื้นเรือน สิ่งก่อสร้างและเครื่องใช้ รากและแก่นให้สีเหลืองถึงเหลืองอมน้ำตาล ใช้ย้อมผ้าและแพรไหม รากนำมาปรุงเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้ไข้

   

ทำไม ต้องมีพิธีวางศิลาฤกษ์

ศิลาฤกษ์ ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง แผ่นหินที่จารึกดวงชะตาของสถานที่ที่จะก่อสร้างแล้ววางตามฤกษ์ ส่วนความเห็นของ ส. พลายน้อย ผู้ทรงความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ท่านได้เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า การประกอบพิธีตามฤกษ์นั้นคงมีมาช้านานแล้ว เท่าที่พบเรื่องราวในศิลาจารึก  มีการกล่าวถึงฤกษ์การสร้างพระวิหาร สร้างพระเจดีย์ ฯลฯ แต่ไม่พบเรื่องศิลาฤกษ์ที่เป็นแผ่นหิน คงถือฤกษ์เวลาก่อสร้างแต่เพียงอย่างเดียว คือฤกษ์ดีในเวลาใดก็ลงมือทำในเวลานั้น เมื่อกำหนดแล้วก็ลงมือก่อสร้างให้ตรงกับฤกษ์ ครั้นต่อมามีการเชิญบุคคลสำคัญๆ มาเป็นประธานในการเริ่มการก่อสร้างตามฤกษ์ โดยการวางอิฐในการก่อสร้างก่อนคนอื่น การวางอิฐนี้เองน่าจะเป็นที่มาของการวางแผ่นหินหรือศิลาฤกษ์ในเวลาต่อมา ต่อมาก็มีการพัฒนาให้มีการวางไม้มงคล 9 ชนิด ร่วมในการวางศิลาฤกษ์ด้วย 

 

ความนิยมในการฝังไม้มงคลดังกล่าวมาแล้ว เป็นความเชื่อถือที่มีมาแต่ดั้งเดิม และยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน นับเป็นกำลังใจอันสำคัญ สำหรับผู้เชื่อถือในเรื่องนี้ หากจะมีคำถาม ว่า ไม้” จะนำ มงคล” ให้แก่ชีวิตอย่างไร อาจจะมีคำตอบ ว่า ไม้จะนำความเป็นมงคลให้แก่ชีวิตได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าเรายึดมั่นในคำสอนของศาสดาแต่ละศาสนาที่ตนนับถือ มีความประพฤติดีปฏิบัติชอบอยู่ในกรอบของธรรม ละความชั่ว สิ่งมัวหมองทั้งปวง ทำจิตใจให้ผ่องใส ไม้มงคลทั้ง 9ก็คงมี พฤกษานุภาพ” บันดาลให้ประสบซึ่งมงคล ประการ ข้างต้นที่กล่าวมาอย่างแน่นอน

 



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น