กินบำบัด "อ้วน"
โพสเมื่อ 2011-03-29 22:17:08 โดย deksewa
คำว่ายิ่งกินอ้วนอาจไม่จำเป็นเสมอไปถ้าท่านได้สูตร "กินบำบัด" ที่แม้จะฟังดูขัดๆ
แต่ทว่ามันจะทำให้ท่านยังอร่อยลิ้นกินของโปรดได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
มากอย่างที่เคยและทีสำคัญไม่อ้วนด้วย อร่อยได้ ไม่ต้องอด
แค่ทำตามกฎเล็กน้อยต่อไปนี้ก็จะไม่มีปัญหาโภชนาการมารคอหอยอีกต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นขนมถุง, น้ำอัดลม, คอหมูย่างหรืออาหารอย่างที่เคยเชื่อกันว่า
เป็นอาหารขยะ
ที่สุดจะหลายเป็นอาหารทีทำให้ท่านมีความสุขได้ดังเดิมสมดังหน้าที่ของมันที่
ไม่ได้จะปองร้ายด้วยการยัดเยียดโรคอ้วน,
ความดันหรือเบาหวานให้แก่ท่านอย่างร้ายกาจตามข้อกล่าวหาเสมอไป
แต่ทั้งนี้อยู่ที่ใจของท่านเองที่จะพยายามเข้าใจแลทำให้ได้ตามเคล็ดง่ายๆ
ดังต่อไปนี้
1) เคี้ยวบำบัดสกัดอ้วน ข้อ
นี้อยากชวนให้ท่านที่รักทำมากเข้าไว้ครับเพราะง่ายและใช้ได้ผล
โดยให้คิดไว้ว่าจะเคี้ยวอาหารให้นานขึ้นละเอียดขึ้น เช่นเคี้ยวอย่างน้อยสัก 10
ครั้งต่อคำไม่ต้องทำไปจนถึงหลายสิบครั้งอย่างบางสูตรเพราะธรรมดาเราเคี้ยว
ข้าวแค่ไม่กี่คำก็กลืนแล้วซึ่งวิธรนี้จะได้นำมากล่าวโดยละเอียดในคราวต่อไป ครับ
2) ควรเพิ่มแล้วลด แต่
ต้องไม่อดเช่นถ้ามื้อนี้หนักเนื้อหนักข้าวแล้วมื้อหน้าก็ขอเป็นผักหรือข้าว
มีกากบ้าง ถ้าจะจัดให้สนุกก็มีวิธรเยอะครับ เช่นเปลี่ยนจากเนื้อเป็นถั่วหรือเต้าหู้
แล้วก็ดูของหวานที่ช่วยต้านชราอย่างช็อกโกแลตดำบ้าง
ซึ่งก็ไม่ทำให้ท่านต้องอดไปจากของอร่อยแต่อย่างใดเลย
3) อดแล้วไม่อดเลย จึง มาถึงข้อนี้ได้เพราะ "การอดคือบ่อเกิดแห่งความชั่วร้าย"
ทางสุขภาพทั้งผอง
ต้องลองนึกดูว่ามันจะทำให้สมองเครียดแล้วหลั่งธาตุหิวออกมาแล้วยิ่งอยากกิน
หนักจนน็อตหลุดที่สุดแล้วควรแบ่งเวลาอดเช่นว่ามื้อเย็นเบาหน่อยค่อยหนักมื้อ เช้า
หรือจะเอาวันเว้นวันก็ยังไหว
แต่ไม่ใช่อดหัวโตทั้งเดือนจนที่สุดแล้วกลับมาให้อ้วนหนักขึ้นมากกว่า
4) อย่าเฉยเมื่อหิว ตอน ที่ใจบอกหิวขอให้กรองให้ดีก่อนว่าความเป็นความ "อยาก"
หรือหิวจริง ซึ่งความหิวจริงแบบจะหน้ามืดตาลายนั้นมันจะทำให้น้ำย่อยออก
นอกจากจะทรมานแล้วจะยิ่งทำให้กินจุบจิบหนักขึ้นด้วย
ขอให้หยุดเมื่อรู้สึกอร่อยลิ้นจนติดเสียจะดีกว่า
อย่าทนปล่อยให้ท้องว่างนานโดยไม่จำเป็นเลยครับ
5) มื้อจิ๋วช่วยได้ การ
กระจายอาหารเป็นมื้อย่อยช่วยให้กินได้อร่อยและไม่ต้องคอยกังวลน้ำหนักตัว
เช่นถ้ามื้อนี้อยากกินเฟร้นช์ฟรายแสนอร่อยก็ขอให้สั่งมาแชร์กับเพื่อนรู้ใจ
หรือถ้าปกติเป็นคนกินหนักข้าวก็ขอให้เอามาเกลี่ยเป็นสองจานแล้วถ้ายังหิวก็
ค่อยกินต่อ ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อกินได้ครบจานแล้วก็จะอิ่มกัน
แต่ที่เรากินเยอะขึ้นเป็นเพราะความเคยชินที่เห็นว่ามันควรต้องกินให้หมดจาน
6) ต้องไม่อดนอน ความ
ง่วงเหงากระหายนอนเป็นปัจจัยหลอนทำให้กายรู้สึกว่าเหนื่อยและกินได้เรื่อยๆ
ส่วนในคนที่ได้นอนเต็มที่จนสดชื่นจะตื่นตัวไม่พลั้งปากกินได้มากกว่า
และการที่ยิ่งนอนดึกก็เสมือนยิ่งเปิดโอกาสให้ปากได้ทำงานหาอาหารมาป้อนท้อง
มากขึ้นด้วย
7) สอนให้รางวัล เมื่อ ไรที่ทำสิ่งใดแล้วประสบความสำเร็จขอให้เสี่ยงหาเหตุ
"ตกรางวัล" ชีวิตเป็นการกิน ขอให้เปลี่ยนเป็นรางวัลประเภทนอนเร็วขึ้น,
ตื่นแล้วออกไปจ๊อกกิ้งหรือวิ่งออกไปหาสังคมบ้างก็ได้
การทำให้ร่างกายแอ๊คทีฟอยู่ตลอดจะปลอดโรค แต่ถ้าให้รางวัลด้วยการ "กินฉลอง"
จนเป็นนิสัย อีกไม่นานก็จะหาเรื่องหิวได้เรื่อย
จะเห็นว่าอาหารที่ผ่านเข้าปากก็เป็นเช่นเดียวกับการมองชีวิต คือคิดให้มันเป็น
"อาหารช่วย" ได้มันก็จะช่วยได้จริงๆ
โดยตัวเราก็จะพยายามมองหาทางออกให้มันไม่ต้องทำให้อ้วนให้เสียสุขภาพเสมอไป และ
ถ้าเปิดใจให้ดีมันก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาเป็น "อาหารขยัน"
ทำให้ท่านลดน้ำหนักตัวเองก็ยังได้ ไม่ทำให้ต้องป่วยแล้วยังช่วยให้ไม่อด "ของอร่อย"
เสียอีก
ที่มา: thaihealth.or.th