ปยุต เงากระจ่าง ตำนาน"สุดสาคร"

  โพสเมื่อ 2010-06-08 11:08:44 โดย hanako

ญี่ปุ่นมี ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ผู้สร้างเจ้าแมวอ้วนกลมสีฟ้า โดราเอม่อน

สหรัฐอเมริกา มี วอลต์ ดิสนีย์ เจ้าของตำนาน หนูมิกกี้เมาส์

เมืองไทยไม่แพ้ใคร เรามี ปยุต เงากระจ่าง เจ้าของฉายา วอลต์ ดิสนีย์ เมืองไทย

ท่านเพิ่งสิ้นไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2553 ด้วยวัย 81 ปี

ภาพฤาษีน้อยสุดสาคร ถือไม้เท้ากายสิทธิ์กวัดแกว่งไปมาอยู่บนหลังม้านิลมังกร ขับไล่ภูตผีปี ศาจร้าย ที่เคลื่อนไหวได้ด้วยภาพการ์ตูนลายเส้นกลิ่นอายไทยหลากสีสัน กลายเป็นบันทึกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์แอนิเมชั่นเมืองไทย

เด็กๆ รุ่นใหม่อาจมีการ์ตูนไทยในดวงใจคือก้านกล้วย หรือสุดสาคร เวอร์ชั่นจ๊ะทิงจา

แต่เด็กยุคคุณพ่อคุณแม่ต่างจำภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องแรกของไทย "สุดสาคร" ได้ไม่ลืม

และนับจากวันที่ "สุดสาคร" กำเนิดขึ้นและลาโรงไปในปี 2522 เด็กไทยต้องรอนานถึง 27 ปี

ถึงจะได้ชมภาพยนตร์การ์ตูนในโรงอีกครั้งในปี 2549 "ก้านกล้วย"

เด็กชายปยุต เงากระจ่าง เกิดเมื่อพ.ศ.2474 ที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ความฝันเริ่มทำการ์ตูนมาจากชายผู้รักงานศิลป์ชื่อ "เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน" ที่เป็นแรงผลักดันแห่งความสำเร็จในการสร้าง "เหตุมหัศจรรย์" ภาพยนตร์การ์ตูนไทยเรื่องแรกยาว 12 นาทีในปี พ.ศ.2498

และอีกสองปีต่อมาด้วยภาพยนตร์การ์ตูนชิ้นที่สองและชิ้นที่สาม "หนุมานผจญภัย (ครั้งใหม่) และ "เด็กกับหมี" ในปี 2503


"สุดสาคร" ภาพยนตร์การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของไทย ประกาศตัวในปี 2522 สร้างชื่อให้ ปยุต เงากระจ่าง ได้รับการกล่าวขวัญให้เป็นบิดาแห่งการ์ตูนแอนิเมชั่นเมืองไทย

สุดสาคร เรื่องราวที่สร้างขึ้นจากวรรณ คดีไทยชิ้นเอกของสุนทรภู่ "พระอภัยมณี" ฝีมืออาจารย์ปยุต ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2522 ที่โรงภาพยนตร์เอเธนส์

ความยาวทั้งหมด 82 นาที ด้วยทุนสร้างกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงมากในสมัยนั้น เพราะทุนสร้างภาพยนตร์ธรรมดาอยู่ที่ราว 2-3 ล้านบาท

ความยากลำบากในการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนในสมัยนั้น แรกเริ่มใช้ทีมงาน 50 คน แบ่งกันทำงานกลางวัน 25 คน กลางคืน 25 คน เพื่อวาดรูปรวมกันกว่า 6.6 หมื่นภาพ ซึ่งในภายหลังทีมงานค่อยๆ ทยอยถอนตัว

อาจารย์ปยุตต้องลงมือทำเองพร้อมกับลูกสาว ซึ่งต้องลงภาพตัดเส้นจากตู้ไฟ จนเป็นเหตุให้อาจารย์ปยุตต้องสูญเสียดวงตาข้างซ้าย

สุดสาครออกฉายครั้งแรกที่งาน แปซิฟิก ฟิล์ม โชว์ กรุงไทเป ไต้หวัน และเมื่อมาฉายในกรุงเทพฯ เพียง 10 กว่าวันทำรายได้ถึง 2 ล้านบาท ก่อนตระเวนสร้างรายได้และความประทับใจให้เด็กและผู้ใหญ่ทั่วประเทศไทย

ต่อมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือภาพสีสันสดใสการ์ตูนลายเส้นเดียวกันโดยองค์การค้าของคุรุสภา

เหตุที่อาจารย์ปยุตเลือกทำภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "สุด สาคร" นี้ ท่านให้เหตุผลไว้ในหนังสือ "คือชีวิต คือปยุต คือ Animation วอลต์ ดิสนีย์ เมืองไทย ปยุต เงากระจ่าง" โดย อุบล สุทธนะ ว่า

"ตอนนั้นทุกคนตกลงจะเอาเรื่องกวีเอกสุนทรภู่ที่ติดปากกันเรื่องสินสมุทร มันสนุกโลดโผนก็จริง แต่ในเง่ของวัฒนธรรมและวรรณกรรม คิดว่าสินสมุทรนี้เป็นลูกของผีเสื้อสมุทร เป็นเด็กฉลาดและแข็งแรง มีไหวพริบ ช่วยพ่อรบชนะที่นั่นที่นี่ แต่แย่ตรงที่พานางเงือกมาพาพ่อหนีแม่ ก็เลยรู้สึกไม่ค่อยดี เอาไปทำหนังเดี๋ยวคนเขาจะหาว่าไม่ดี

ผมว่า สุดสาคร น่าจะดีกว่าในแง่คุณธรรม เพราะสุดสาครเป็นเด็กฤาษีเลี้ยง ผมว่า สุดสาคร ต้องเป็นเด็กน่ารัก กตัญญูต่อมารดา เคารพครูบาอาจารย์ เป็นอุทาหรณ์ที่ดีต่อเยาวชน

แล้วเราก็ทำให้มันตื่นเต้น มีชีเปลือยผลักตกเหว แล้วจะทำอย่างไรให้สนุกก็ต้องเติมลิง นกฮูกเข้าไปให้มันสนุก แล้วมีการรบกับผีบ้าง ผ่านเมืองผีดิบอะไรพวกนั้น"

ภาพยนตร์การ์ตูนสุดสาครนี้ เริ่มเรื่องตอนที่นางเงือก มารดาสุด สาครคลอดลูกสุดสาครแล้วนำมาฝากไว้กับฤาษี เมื่อสุดสาครโตขึ้นคิดถึงบิดาคือพระอภัยมณีจึงขอออกตามหาทั้งที่ยังอยู่ในวัยเยาว์

ก่อนออกตามหาบิดา สุดสาครที่มีความสามารถและอิทธิฤทธิ์ จับม้านิลมังกรได้ เป็นม้าที่มีลักษณะพิเศษ เขี้ยวเป็นเพชร เกล็ดเป็นนิล ลิ้นเป็นปาน มีหัวเหมือนมังกร สุดสาครจึงนำม้านิลมังกรออกตามหาพระอภัยมณี

ระหว่างทางผจญภัยกับผีเสื้อยักษ์ และเหล่าภูตผีปีศาจ แม้จะสู้จนเอาชนะมาได้ แต่สุดท้ายก็พลาดท่าให้กับชีเปลือยที่สุดสาครเชื่อว่าเป็นผู้วิเศษ

ชีเปลือยผลักสุดสาครตกเหวและแย่งม้านิลมังกรไป ท้ายสุดฤาษีโยคีขี่รุ้งมาช่วยสุดสาคร และไปตามเอาม้านิลมังกรคืนมาได้สำเร็จ พร้อมสั่งสอนสุดสาครด้วยบทกลอนอมตะของสุนทรภู่ที่ว่า

"บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบรรพต แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน"

อาจารย์ปยุตเล่าไว้ว่า

"ผมรู้จักการ์ตูนครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์รายวันของไทย อย่าง สังข์ทอง ขุนหมื่น พระอภัยมณี และ แมวเฟลิกซ์

ส่วนซูเปอร์แมน สไปเดอร์แมน สนูปปี้ เริ่มอ่านจากหนังสือพิมพ์ฝรั่งเก่าๆ ที่เรือจากสิงคโปร์เอามาขายต่อให้ชาวบ้านใช้พับถุง ห่อของ

แต่ในบรรดาการ์ตูนทั้งหมด ผมติดใจเรื่องพระอภัยมณี ของ คุณสวัสดิ์ จุฑะรพ มากที่สุดจนต้องตามไปดูในหนังสือพิมพ์ของร้านกาแฟเป็นประจำ ผมผูกพันกับเรื่องนี้มากจนอยากทำเป็นหนังการ์ตูนให้ได้สักวันหนึ่ง

ผมจึงเลือกเอา สุดสาคร ขึ้นมาทำเป็นหนังการ์ตูนยาว"

นั่นกลายเป็นที่มาที่ปลุกเด็กชายปยุต ให้ปลุกชีวิตตัวละครเอกในวรรณคดีไทย

ลุกขึ้นโลดแล่นบนจอโรงหนังให้เด็กไทยตื่นตาตื่นใจ

พร้อมเปิดม่าน อวดฝีมือ "การ์ตูนไทย" สู่ชาวโลก

 

 

ข่าวสด

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


nvxYrq koofbyvejqaq

#6 โดย xnqcmf
เมื่อ 2012-03-11 23:31:00

OH8mRX asndafsradjf

#5 โดย jjddotd
เมื่อ 2012-03-09 05:31:26

I was srieously at DefCon 5 until I saw this post.

#4 โดย Seyma
เมื่อ 2012-03-03 07:06:17

I was srieously at DefCon 5 until I saw this post.

#3 โดย Seyma
เมื่อ 2012-03-03 07:05:42

42

#2 โดย 5555555555555555555555
เมื่อ 2011-06-18 14:49:03

เคยดูตอนสมัยเด็กๆ ที่ต่างจังหวัด เค้าเรียกว่าวิกหนัง ล้อมด้วยไม้ หลังคามุงจาก ที่นั้งใช้ไม้มะพร้าวทำเป็นที่นั้งชอมมากเลย อยากดูอีก ไม่รู้จะหาดู ได้ที่ไหน

#1 โดย okok
เมื่อ 2010-06-24 00:13:57