วิธีตัดใจจากคนรักเก่า

  โพสเมื่อ 2009-10-06 01:49:56 โดย jjjooojjj
ถาม – จะตัดใจจากคนรักเก่าได้อย่างไรคะ? พยายามทุกวิถีทางแล้ว ทั้งอ่านหนังสือ ทั้งสวดมนต์ ทั้งทำใจคิดต่างๆนานา พอใช้อุบายอย่างหนึ่งๆก็เหมือนจะได้ผลบ้าง แต่พอเวลาผ่านไป ใจก็วกกลับมาที่เก่าอีก กลุ้มใจมาก เหมือนจะไม่สามารถตัดได้ขาดอย่างแน่นอนตลอดไป

ที่คุณอ่านหนังสือ สวดมนต์ หรือพยายามนึกคิดไปต่างๆเพื่อให้เกิดการตัดใจนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นแค่ยาแก้ปวดชั่วคราว คุณไม่ได้กำจัดตัวเชื้อโรคที่ฝังอยู่ในตับไตไส้พุงออกไปเลย ฉะนั้นพอยาแก้ปวดหมดฤทธิ์ เชื้อโรคก็มาผลัดเวรแผลงฤทธิ์ต่อ

อาการที่ถูกต้องของการถอนพิษรักนั้น ไม่ใช่ความพยายาม ‘ตัดใจ’ เพราะใจเป็นสิ่งที่ไม่มีคมมีดชนิดไหนๆตัดได้ขาด พฤติกรรมทางจิตที่ถูกต้องคือ ‘สละออก’ ซึ่งเป็นอาการที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย เนื่องจากเคยชินที่จะ ‘เอาเข้าตัว’ กันทั้งนั้น ซึ่งนั่นแหละครับคือการเพาะชำนิสัยหวงทุกข์ หวงยางเหนียวยึดติดกับปฏิกูลทางอารมณ์โดยแท้

แต่ละคนมีพลังหรือศักยภาพในการสละออกแตกต่างกัน และศักยภาพดังกล่าวนี้ไม่ใช่มีกันด้วยความบังเอิญ กับทั้งไม่ใช่ความสามารถเฉพาะทาง จิตที่มีดี ที่สามารถสลัดขยะหรือปฏิกูลทางอารมณ์ออกได้ง่ายนั้น คือจิตของผู้ที่เคยชินกับการสละออกเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่เฉพาะเรื่องรักใคร่หรือเรื่องเงินๆทองๆอย่างใดอย่างหนึ่ง

นี่เป็นการมองภาพกว้างภาพรวม ถ้าคุณอ่านเกมของจิตออก จะเห็นความสัมพันธ์ทั่วถึงกันหมด ไม่มีใครฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการตัดรัก แต่ทุกคนสามารถฝึกที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสละอารมณ์ส่วนเกินกันได้ทุกแง่

เมื่อพูดถึงการฝึก คุณจะต้องนึกถึงการทำไปตามลำดับขั้น จากง่ายไปหายาก ในที่นี้คุณจะฝึกสละ ก็ต้องไล่ลำดับจากการให้ในสิ่งที่สามารถให้ได้ง่ายๆก่อน สำคัญคือคุณต้องทำเป็นประจำ จนกระทั่งจิตเกิดความชินในอารมณ์อยากให้ อยากสละออก

ตามหลักการแล้ว การสละทรัพย์เล็กๆน้อยที่เป็นส่วนเกินของตนให้ผู้อื่นหรือสัตว์อื่น จัดเป็นอุบายฝึกจิตคิดสละขั้นพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีหมาแมวจรจัดมาเข้าบ้าน (ซึ่งพบได้เป็นปกติทั่วทุกหัวระแหง) คุณเหลือเศษอาหารเช้าหรือเศษอาหารเย็นที่จะทิ้งอยู่แล้ว ก็แค่เอาใส่จานให้พวกมัน หรือแม้ถ้าคุณอยู่ในเขตที่มีน้ำมีบ่อซึ่งสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ เพียงสาดน้ำล้างจานอาหารที่มีเศษข้าวเศษเนื้อติดอยู่ลงไป โดยคิดว่าดีแล้ว เศษอาหารนี้จะตกถึงปากถึงท้องพวกสัตว์ในน้ำ นี่พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสว่าเป็นที่มาแห่งบุญเช่นกัน

อย่าดูถูกว่าการให้ของเล็กน้อยเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเมื่อคุณให้จนเป็นอารมณ์ชินที่จะสละแล้ว ก็เป็นการเพาะนิสัยในทางทาน เป็นผู้สามารถให้โดยไม่จำเป็นต้องให้ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน อานิสงส์ของการเป็นบุคคลเช่นนั้นแหละ คือที่มาของกำลังของใจ ที่มาของความสามารถสละขยะส่วนเกินออกจากใจโดยง่าย

หากคุณยังไม่มีกำลัง ยังไม่รู้จักความสุขในการสละออก การทิ้งขยะย่อมยาก แต่เมื่อเริ่มเป็นสุขกับการทิ้งขยะบ้างแล้ว พอเกิดอารมณ์อาลัยบุคคลหรือวัตถุไร้ค่าใดๆ ใจก็ฉลาดพอจะเริ่มเห็นตัวอารมณ์นั้นเป็นส่วนเกิน ตรงนี้ต้องฝึกด้วย คือฝึกเห็นว่าตัวอารมณ์อาลัยนั่นแหละเป็นส่วนเกิน ทำนองเดียวกับเห็นเศษอาหารเหลือทิ้ง หรือเสลดสกปรกในปากที่ไม่จำเป็นต้องอมไว้

ยังไม่ต้องหวังว่าจะทำได้อย่างดีในระยะเริ่มต้น แต่คุณจะพบว่าหากหมั่นฝึกสละของเล็กๆน้อยๆ ฝึกสละความถือโกรธผูกใจเจ็บ ฝึกกระทั่งเจียดเงินส่วนเกินของรายได้เพื่อทำบุญทั้งกับคนอนาถาซึ่งอยู่ต่ำกว่า เรื่อยไปจนถึงพระสงฆ์องค์เจ้าผู้มีศีลสัตย์ผู้อยู่สูงกว่า ในที่สุดจิตจะมีอานุภาพมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเกิดพลังความสว่าง มีศักยภาพสูงในการคิดสละ ซึ่งเมื่อบวกกับการฝึกหัดมองให้เห็นชัดว่าอารมณ์อาลัยเป็นเพียงปฏิกูลของจิต ในที่สุดคุณก็จะสลัดได้ราวกับคนถ่มเสลดลงพื้นโดยปราศจากความหวงแหนแม้แต่น้อยครับ

ถาม – เวลาใครพูดถึงแฟนเก่าให้ฟังก็คิดมากขึ้นมาอีก หรือฝันถึงเขาอีก ทั้งที่คล้ายตัดใจได้เด็ดขาดไปแล้ว อย่างนี้แปลว่าใจเราลึกๆยังมีเขาอยู่ใช่ไหมคะ?

ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ การคิดว่าส่วนลึกยังตัดไม่ขาดนั้นออกแนวลึกลับ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจอะไรตรงตามจริงขึ้นมา พิจารณากันสดๆตามเรื่องที่เกิดขึ้นดีกว่า คนเรานั้นเดิมทีมีดวงจิตที่เป็นอิสระอยู่ แต่พอคิดถึงใคร พอพูดถึงใคร ใจก็เกิดกระแสโยงไปเชื่อมกับคนๆนั้นทันที

ขอให้คุณลองนึกถึงภาพตัวเอง เห็นในใจราวกับเป็นใครอีกคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ตามลำพังในที่โล่งๆ จากนั้นจินตนาการดูว่าถ้าภาพนั้นคิดถึงใคร หรือพูดถึงใครขึ้นมา ก็จะมีกระแสผูกพันเข้ากับบุคคลนั้นเกิดขึ้นทันที

อย่างไรก็ตาม พอคิดจบ หรือพูดจบ กระแสความผูกพันนั้นจะหายไป เว้นแต่คุณจะยังคงคิดพะวงถึงใครอีกคนอยู่เรื่อยๆ กระแสความผูกพันก็จะยังมีอาหาร ยังมีตัวหล่อเลี้ยงเอาไว้ไม่ให้ขาด พูดง่ายๆว่าคุณสร้างพันธะขึ้นมาด้วยความพะวงคิดถึง ถ้ายังตัดนิสัยความพะวงคิดถึงไม่ได้ พันธะก็เกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ ต่อให้ตัดใจจากคนเก่าไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม

สิ่งที่ล่อให้เกิดความพะวงคิดถึง มักเป็นญาติหรือบุคคลใกล้ชิดกับแฟนเก่า หรือไม่ก็เป็นการเจอตัวแฟนเก่าตรงๆ ภาพที่กระทบตา เสียงที่กระทบหูในขณะหนึ่งๆนั่นเองจะสะกิดให้นึกถึงเรื่องดีๆในหนหลัง เว้นเสียแต่จะมีความทรงจำที่เลวร้ายมาหักลบ หรือจิตใจหันเหไปทางคนอื่น หรือใจผูกพันกับภาวะโสดอิสระแน่นแฟ้นกว่าภาวะมีห่วงคล้องคอ อันนั้นเองภาพและเสียงที่เกี่ยวข้องกับแฟนเก่าจึงจะหมดอิทธิพลกระทบใจคุณอย่างสิ้นเชิง

หากสังเกตอาการทางจิตของตัวเองอย่างใกล้ชิด คุณจะพบว่าการคิดถึงใครสักคนมี ๒ ขั้นใหญ่ๆ

๑) ขั้นที่สักแต่คิดถึงเฉยๆ ความผูกพันเบาบาง ขั้นนี้พอมีสิ่งอื่นมากระทบหูกระทบตา ใจคุณจะหันเหไปทางใหม่ทันที โดยไม่รู้สึกหลงเหลือเยื่อใยตกค้าง

๒) ขั้นที่เกิดปรากฏการณ์เสมือนมียางเหนียวยื่นออกจากใจคุณไปแปะติดกับบุคคลอันเป็นเป้าหมาย ขั้นนี้ต่อให้มีสิ่งอื่นมากระทบหูกระทบตา ใจคุณคล้ายเรือที่ถอนสมอไม่ขึ้น ต้องแช่นิ่งอยู่ที่เดิมนั่นเอง

พันธะหรือยางเหนียวเป็นสิ่งที่หน่วงเหนี่ยวให้ใจขาดอิสรภาพ ขาดความโปร่งสบาย ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ยิ่งเหนียวแน่นเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกคับแคบ ทึบแน่น และมีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนอื่นมากขึ้นเท่านั้น

ในกรณีของคุณ หากทราบว่าพันธะเกิดจากความพะวงคิดถึงหรือพูดถึง ดังนั้นวิธีตัดวงจรความผูกพันอย่างง่ายๆก็คือเลิกพูดถึงเขาเสีย และเมื่อใดรู้ตัวว่าคิดถึงเขา ก็หาเรื่องอื่นมาเปลี่ยนความคิดเสียแทน หรือถ้าหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงและพูดถึงไม่ได้ ก็ให้รู้เท่าทันตัวเองว่ากำลังคิดในขั้นเฉยๆหรือคิดในขั้นที่มียางเหนียว

เรื่องพื้นๆ ธรรมดาๆ แต่คนส่วนใหญ่จะนึกไม่ถึงกันครับ ความผูกทางจิตทางใจนั้นเกิดขึ้นง่ายแสนง่าย และต่อเยื่อต่อใยติดใหม่ไม่ยากเย็นเลย ไม่จำเป็นต้องอาศัยพลังลึกลับหรือไสยศาสตร์ใดๆเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แต่ในทางกลับกันก็อาจตัดเยื่อตัดใยได้สบายๆเหมือนกัน ขอเพียงคุณมีสติเท่าทันขณะของการเกิดความคิด สังเกตเข้าไปเห็นได้ชัดๆว่าปฏิกิริยาทางใจของตัวเองเป็นอย่างไร เกิดยางเหนียวหรือยัง ยางเหนียวเป็นคุณหรือเป็นโทษ เมื่อใจยอมรับว่ายางเหนียวเป็นโทษ ทำให้เกิดความอึดอัดคับข้อง ในที่สุดก็เกิดปัญญาด้วยตนเอง เห็นว่าไม่น่าคิดมากให้เกิดยางเหนียวไปเปล่าๆ

คุณจะเป็นนักตัดใจ หรือเป็นคนอกหักที่ได้ดีรวดเร็วกว่าใครๆ กับทั้งมองออกไปเห็นความจริงที่เกิดขึ้นกับคนทั้งโลก คือคนทั้งโลกไม่รู้ตัว ไม่รู้เท่าทันกลอุบายตื้นๆของกิเลส ไม่เห็นกันเลยว่าเพียงปราศจากอาการทางใจที่ยื่นยางเหนียวไปเชื่อมกับใคร สายใยก็จะหลุดไปเอง

และขอเพียงมีสติ มีความเข้าใจกลไกของจิตตรงจุดนี้ดีๆ คุณจะแก้ปัญหาได้ครอบจักรวาลทีเดียว ไม่เฉพาะเรื่องคนรักเก่าเท่านั้น

ถาม – เรากำลังทรมานมาก แฟนเราเพิ่งบอกเลิกด้วยเหตุผลระหว่างเราที่ไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้ เนื่องจากมีความสัมพันธ์แบบยากที่จะถูกยอมรับ เราเข้าใจเหตุผลดี แต่การมีเขาอยู่ทำให้เราอุ่นใจมากกว่าอยู่คนเดียว ทรมานใจเหลือเกินกับการต้องอยู่ไปวันๆโดยไม่มีเขา ถ้าไม่เหนี่ยวรั้งเขาไว้เราจะอยู่ยังไง

อย่าคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูกทิ้ง ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกที่จะทิ้งขยะชิ้นหนึ่งออกจากใจ

อย่าคิดว่าเราต้องเป็นฝ่ายเหงา ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกพักร้อนอย่างสบายใจสักระยะ

อย่าคิดว่าเราเป็นฝ่ายทรมาน ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกทำความสุขให้แก่เขา

อย่าคิดว่าเราควรเหนี่ยวรั้งเขา ให้คิดว่าเราควรเป็นฝ่ายให้อิสระเป็นทานแก่คนอื่น

ถ้าเปลี่ยนมโนกรรม (กรรมทางความคิด) จากมืดเป็นสว่างได้ ชีวิตก็จะสว่างเองครับ จิตที่สว่างย่อมอบอุ่นเป็นสุข มีแต่ใครๆวิ่งมาหา มีแต่ความอิ่มเต็มเบิกบาน มีแต่อยากได้อิสระให้ตนเองและใครๆทั้งโลก

จำไว้ว่าทำใจได้ก็เจอคนใหม่ได้ แต่ถ้าทำใจไม่ได้ก็เจอแต่น้ำตากลิ่นเก่าท่าเดียว

ให้ตัวคุณในวันนี้เป็นคนเลือก อย่าให้ตัวคุณที่ตายไปแล้วเมื่อวานเป็นคนเลือก

ที่มา: http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare033.htm และ http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare048.htm และ http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare089.htm



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


อยากลืมเร็วๆจังอานะ

#6 โดย เเนนคร๊าฟ
เมื่อ 2011-07-04 13:55:29

อยากลืมเร็วๆจังอานะ

#5 โดย เเนนคร๊าฟ
เมื่อ 2011-07-04 13:55:15

อยากลืมเร็วๆจังอานะ

#4 โดย เเนนคร๊าฟ
เมื่อ 2011-07-04 13:55:08

อยากลืมเค้าจัง

#3 โดย เหงา
เมื่อ 2010-07-16 12:17:50

พยายามตัดใจอยู่ แต่ยังไม่สำเร็จเลย** word baned by system**......เหนื่อยจริงๆ

#2 โดย baboomo
เมื่อ 2007-12-23 21:51:37

คิดเสมอว่า คนคนเดียวไม่มีสิทธิทำให้เราเสียใจได้ขนาดนี้

#1 โดย newangel
เมื่อ 2007-12-23 19:31:34