ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอด Diet สูตรโบราณ

  โพสเมื่อ 2011-05-23 21:24:29 โดย kunloads


   บางทีคุณเคยพบปัญหาว่า พยายามอดอาหารเท่าไรก็ยังไม่ผอม ความคิดที่ว่า "คุณเป็นอย่างที่คุณกิน" นั้นอาจไม่ตรงทีเดียวนัก เนื่องจากในอายุรเวทได้กล่าวว่า อาหารบางประเภทที่เราย่อยไม่ได้หรือย่อยไม่หมดจะสะสมจนกลายเป็นพิษในร่างกาย ทำให้เราเจ็บป่วยขึ้นได้ อาการของโรคต่าง ๆ จึงเป็นผลพวงจากการย่อยที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่สิ่งที่เรากินเข้าไป ดังนั้นเราจึงควรเปลี่ยนแนวคิดเป็นวลีที่ว่า "คุณเป็นอย่างที่ร่างกายคุณย่อยได้" น่าจะตรงกว่า

ดังนั้นการเอาใจ ใส่ในเรื่องการเลือกกินอาหารให้ตรงกับสภาพร่างกายของตนเอง เพื่อให้ร่างกายสามารถย่อยได้และเสริมสร้างร่างกายให้เข้าสู่สภาพสมดุลนั้น เป็นการแก้ต้นเหตุ และสามารถป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการเสียสมดุลของร่างกายได้

วิธีการไดเอ็ทแบบนี้เป็นการแบ่งประเภทร่างกายเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มคนผอมบาง กลุ่มคนล่ำสัน กลุ่มคนท้วม คือ พวกวาตะ ปิตตะ และคัพภะ

เราจะไม่พูดถึงกลุ่มคนผอมบางหรือพวกวาตะ แต่จะพูดถึงกลุ่มคนล่ำสัน และกลุ่มคนท้วมเท่านั้น เพื่อหลักการลดน้ำหนักกับประเภทร่างกายคุณ

ลักษณะของกลุ่มคนสันทัดหรือปิตตะ คือ รูปร่างปานกลาง กระดูกใหญ่ มีกล้ามเนื้อ ไหล่กว้าง อกกว้าง น้ำหนักปานกลาง กินเก่ง ก้าวร้าว ฉลาด ประสานงานได้ดี ยืนหยัดในความคิดเห็นของตนเอง กระชุ่มกระชวย ชอบผจญภัย เฉียบแหลมและวิพากษ์วิจารณ์ กล้า

ลักษณะของกลุ่มคนท้วม(อ้วน)หรือคัพภะ คือ ตัวใหญ่ คอหนา อ้วนง่าย น้ำหนักขึ้นได้ง่าย มือใหญ่ รูปร่าง ใบหน้า กลม มีพุง สงบ รักสันติ เต็มใจที่จะยอมรับ เปิดเผย ยินดี อ่อนไหว ยึดติด ต้องการความรักและการยอมรับ ภาวะโรคทั่วไปในคัพภะ คือ มักจะเย็นที่อก ภูมิแพ้ หอบหืด เบาหวาน อ้วน อืดอาด เชื่องช้า ปัญหาทางระบบหายใจ ข้ออักเสบ ปวดไมเกรน

การย่อยของคนปิตตะ คือ คนปิตตะการย่อยจะร้อนแรงที่สุด และมีกำลังมากที่สุด คนปิตตะโดยปกติมักกินอาหารได้ดี และเมื่อหิวจะต้องกินเนื้อสัตว์ เขาแทบไม่เคยลืมกินข้าว เขาจะกินอาหารมากกว่าคนวาตะและคัพภะและจะย่อยได้ดียามสุขภาพดี หากธาตุไฟการย่อยไม่สูงมากเกินไป อย่างไรก็ตาม เขาอาจไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่กินเข้าไปก็ได้ อาหารที่มีไขมันสูงเกินอาจทำให้คนปิตตะย่อยยากที่สุด เมื่อกินอาหารที่ไขมันสูงมากเกิน ไขมันไม่สามารถแตกตัวส่งผลให้เกิดปัญหาต่อถุงน้ำดีและตับได้ พร้อมกับทำให้มีแนวโน้มน้ำหนักเพิ่มขึ้น

การย่อยของคนคัพภะ(อ้วน) คือ การย่อยของคนคัพภะจะช้าที่สุด แต่มีประสิทธิภาพมากสุด คนคัพภะดูเหมือนกินน้อยกว่า แต่น้ำหนักเพิ่มมากกว่า อันเป็นผลจากการย่อยอาหารได้หมด นั่นเป็นที่รู้ว่าพวกคัพภะมักมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก พวกเขากินน้อยกว่าคนอื่นดูน่าจะผอมกว่า แต่เขากลับน้ำหนักเพิ่มขึ้น ๆ นี่เป็นปัญหาของคนคัพภะ คนคัพภะยังมีอินซูลินที่สูงตามคาร์โบไฮเดรต จึงเป็นสาเหตุแนวโน้มอ้วนง่าย จึงต้องลดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งก็จะช่วยลดการทำงานของตับอ่อนลงได้

จากร่างกายทั้ง 3 ประเภท คัพภะจะน้ำหนักมากที่สุด และมีปัญหามากที่สุดในเรื่องควบคุมน้ำหนัก และแนวโน้มธรรมชาติของคนคัพภะที่น้ำหนักชอบเพิ่ม คนปิตตะก็อาจน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้หากมีลักษณะรองลงมาเป็นคัพภะ และชอบกินไขมันมากเกินไป ส่วนคนวาตะไม่ว่าจะกินอย่างไรก็ยังคงผอม (เคยสังเกตเห็นเพื่อน ๆ ของเรากินเท่าไรไม่อ้วนสักที นั่นแหละ คือ ลักษณะของคนวาตะ)

การควบคุมน้ำหนัก คนคัพ ภะที่เสียสมดุลมักประสบกับน้ำหนักเพิ่มและลดน้ำหนักลงไม่ได้ หากเราเป็นคนที่น้ำหนักขึ้นง่าย เราน่าจะอยู่ในกลุ่มคัพภะ และควรทำตามโปรแกรมคัพภะอย่างน้อยสักช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราลดน้ำหนักส่วนที่เกินและสร้างความสมดุล ส่วนคนปิตตะจะเพิ่มน้ำหนักได้จากการกินอาหารที่มีไขมันอย่างมาก การบริโภคไขมันที่เผาผลาญได้อย่างไม่เต็มที่นั้น แน่นอนทำให้น้ำหนักขึ้นง่าย คนปิตตะสามารถจะได้ประโยชน์มากจากโปรแกรมของคนคัพภะในการลดน้ำหนักลง

แผน การดำเนินชีวิตสำหรับคนที่อ้วนเกินไป ไม่ว่าร่างกายพวกเราตกอยู่ในประเภทใด หากเราน้ำหนักมากเกินไป เราควรทำตามโปรแกรมคัพภะเพื่อทำให้ผอมลง

อาหาร ทั้งหมดที่ลดน้ำตาลและไขมันนั้นรวมถึงอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน เป็นอาหารสำหรับการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายทั้งหมดก็เป็นการลดน้ำหนัก ซึ่งคนคัพภะส่วนใหญ่มักไม่ค่อยชอบทำ แต่มันเป็นหนทางที่ควรทำตาม หากเราต้องการลดน้ำหนักขนานใหญ่

คนคัพภะสามารถใช้สมุนไพร เช่น ขิง ที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและลดน้ำหนัก

การออกกำลังกาย : โดยทั่วไปคนคัพภะเกลียดการออกกำลังกาย ดังนั้นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับการลดคัพภะคือ แอโรบิก ให้หัวใจเต้นแรงและเหงื่อออก

คน คัพภะไม่จำเป็นต้องมีลักษณะคัพภะ หากเรามีปัญหาน้ำหนักเพิ่มไม่ว่าเป็นร่างกายประเภทใด การลดรสชาติเหล่านี้จะช่วยลดน้ำหนักลง คือ ควรลดรสชาติอาหารหวาน เปรี้ยว เค็ม แต่ที่กินได้ คือ รสเผ็ด ขม เฝื่อน เราสามารถควบคุมน้ำหนักจากมุมมองเรื่องอุณหภูมิได้ คือ อาหารอุ่นย่อมดีกว่าสำหรับคนคัพภะในการลดน้ำหนัก

อาหารที่กินได้ คือ อาหารแห้ง เช่น ผลไม้แห้ง ขนมปังแครกเกอร์ ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ อาหารรสเผ็ด เช่น พริกป่น พริก ขิง หอมใหญ่ อาหารเบา เช่น สลัด ซุป ผลไม้ ผัก

อาหารที่ห้าม คือ อาหารชุ่มมัน เช่น นม ชีส เนยอ่อน น้ำมันปรุงอาหาร ของทอด อาหารหวาน เช่น คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และธัญพืช อาหารหนัก เช่น ประเภทเนื้อส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะมันและหนักจนย่อยยาก

พลังการย่อยที่สูงสุด คือ ช่วง 10 โมงเช้าและบ่าย 2 โมง ซึ่งแนะนำว่า อาหารมื้อหนักที่สุดของวันควรกินตอนกลางวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายย่อยอาหารได้มากที่สุดโดยไม่ก่ออามะที่เป็นสาร พิษทำให้เกิดโรคการลดน้ำหนัก คนคัพภะควรลดอาหารเย็น คุณอาจจะกินตอนช่วงเย็น การกินอาหารเย็นให้เร็วขึ้นจะดีกว่ากินดึก ไม่ควรกินเกิน 1 ทุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงที่การย่อยจะช้าลง เมนูอาจเป็นผักต้ม ข้าวแต่เพียงน้อย บางทีอาจเป็นปลาตัวเล็ก ๆ และเครื่องเทศในแต่ละมื้อของคุณ


แนวทางการปฏิบัติรักษาความสมดุลของคัพภะ(ลดน้ำหนัก)

ชีวิต ประจำวัน คือ การเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุก ๆ วันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาหาร การพักผ่อน และนิสัยก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อพวกเรารับประทานอาหารในเวลาเดิมทุก ๆ วันระบบการย่อยอาหารก็จะดีและปกติ การออกกำลังกาย (ใช่ คนคัพภะต้องออกกำลังกาย) เป็นประจำและทำในเวลาเดิมเหมือนกันทุก ๆ วัน การดื่มน้ำร้อนเป็นประจำ โดยทั่วไปการทำให้ร่างกายบริสุทธิ์และลดความเย็นของคัพภะ เราควรดื่มน้ำร้อนบ่อย ๆ ทั้งวัน การเพิ่มความร้อนจะช่วยลดสารพิษที่สะสมในร่างกาย

เคี้ยวยี่หร่าหลัง อาหาร ให้เคี้ยวเม็ดยี่หร่า (ประมาณ 1/4 ช้อนโต๊ะ) หลังอาหารกลางวันและเย็นจะช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารสำหรับร่างกายทุกประเภท เคี้ยวให้ละเอียดและอมไว้ในปากสักครู่และคายออก

อาหารที่ลดคัพภะ(ลด น้ำหนัก) คนคัพภะต้องกินอาหารเหลว เขาอาจเลือกอาหารเหลวหรืออาหารที่เป็นน้ำ ๆ อาหารเหลวช่วยลดภาระระบบการย่อยและช่วยดูดซึมดีขึ้น นี่ไม่ใช่วิธีการอดอาหาร เราอาจเลือกอะไรก็ได้ที่เราชอบตามที่มันถูกทำให้เหลว เนื่องจากอาหารเหลวมักใช้ในการทำให้ร่างกายบริสุทธิ์ การกินอาหารสดและกินหลายอย่างเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนใหญ่มักเป็นซุป น้ำผลไม้ หรือน้ำผักสดจากแคร์ร็อตหรือหัวบีต ชาสมุนไพร หรือน้ำมะนาวร้อน ดื่มได้ไม่จำกัด คนคัพภะควรกินอาหารที่ร้อน ๆ เพื่อลดคุณสมบัติความเย็นของคัพภะ

อาหารดังต่อไปนี้จะช่วยลดน้ำหนัก พยายามกินอาหารตามนี้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากอาหารเหล่านี้ช่วยบำรุงและล้างพิษได้ในเวลาเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์นม เนย ไม่เหมาะกับคนคัพภะ ผลิตภัณฑ์จำพวกนมมักมีไขมันและน้ำตาล ควรลดของหวานทั้งหมด ยกเว้นน้ำผึ้ง (กินได้) และลดอาหารมัน

ธัญพืช : ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง และข้าวไรน์ กินได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าวโอ๊ต (ถ้าจะกินก็ควรกินในปริมาณที่น้อย ๆ )

ผลไม้ : ควรงดผลไม้หนักหรือเปรี้ยว เช่น กล้วย มะพร้าว สับปะรด ส้ม อะโวคาโด และแตงโม

สลัด : กินได้ทั้งผักดิบและผักต้ม การกินผักทั่วไปดี แต่ควรลดพวกผัก เช่น มันฝรั่งหวาน มะเขือเทศ แตงกวา และแตงไทยนั้นจะดีที่สุด

ลดการกินถั่วเปลือกแข็ง เนื่องจากมีน้ำมันสูง ถั่วทั่วไปกินได้ แต่ควรงดเว้นถั่วเหลืองและถั่วแดง

เพิ่ม เครื่องเทศที่เผ็ดร้อน เช่น ขมิ้น กานพลู ขิง และเม็ดมัสตาร์ด (ยิ่งดื่มน้ำขิง ทานอาหารอุ่น เผ็ด มากเท่าไหร่ ร่างกายจะเผาผลาญสูงเพิ่มขึ้น)

เนื้อและปลา : ให้ลดกินเนื้อแดงและหมู และกินพวกปลาและอาหารทะเลตามปกติ อาหารที่มีเนื้อสัตว์น้อยจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากหากย่อยเนื้อสัตว์ไม่หมด มันจะสะสมกลายเป็นพิษในร่างกาย และทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ หากกินเนื้อสัตว์มากจะส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารให้ช้าและเฉื่อยชาลง ถึงแม้ว่าเนื้อสัตว์จะมีโปรตีนสูง แต่ก็มีไขมันสูงเช่นกัน

หมายเหตุ อาจจะไม่ทำตามทั้งหมด แต่อย่างน้อยทำตามในบางเรื่องก็เห็นผลเช่นกัน และถ้าหวังจะให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วคงเป็นไปไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ที่สำคัญที่สุดในการเลือกไดเอ็ทวิธีนี้ คือ สุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่หาซื้อ หรือขอจากใครไม่ได้



ที่มา : narak.com

 

 



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น