พระบรมโอรสาราช

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:28:07 โดย lanit6231
   

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ได้มีหลักฐานที่ ถูกจารึกไว้ปรากฏบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ว่า“เสียงปืน 21 นัด ซึ่งคำรามกึกก้อง กัมปนาท จากปืนใหญ่ 4 กระบอก ที่บริเวณ สนามเสือป่า เป็นสัญญาณที่แจ้งให้บรรดา พสกนิกรในกรุงทราบ ด้วยความปลื้มปีติว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประสูติ พระราชโอรสผู้สืบสันตติวงศ์แล้ว ณ มหา อุดมฤกษ์ เวลา 17.45 น.ของวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต ท่ามกลางบรรยากาศ อันเยือกเย็น และชุ่มฉ่ำไปด้วยเม็ดฝน โปรยปรายลงมาเป็นละออง บรรดาพระ บรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ตลอดจน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งไปคอยเฝ้า ต่างแสดงความยินดีปรีดา ด้วยการเปล่งเสียง ไชโยขึ้น 3 ครั้ง เสียงฆ้องชัย แตรสังข์ ที่ ประโคมขึ้นไปในบัดดลนั้น ก้องกังวาน ออกสู่โสตประสาทของ บรรดาพสกนิกร ทั้งหลาย ที่ทยอยมาคอยฟังข่าวด้วยความ กระตือรือร้น อยู่ที่บริเวณสนามเสือป่า ประสูติ แล้วเป็นราชโอรส เสียงประชาชนกล่าวขวัญ แผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมเมือง”

ฝนโปรยอยู่ตลอดเวลา แตรสังข์ ดุริยางค์เริ่มประโคม ทหารบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี ปืนใหญ่ทั้งบก และเรือ ยิงกันอย่างสะเทือนเลือนลั่น เสียงไชโยโห่ร้อง ก็ดังสนั่นหวั่นไหวสมใจประชาชน สมประสงค์ ดวงใจพสกนิกรชาวไทย ทุกๆ ดวง ที่ได้มี สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐาน ให้ทุกๆ พระองค์จงทรงพระเจริญ ขอให้ สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอพระองค์น้อย จงทรง พระเกษมสำราญ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ 53 ปีผ่านไป วันที่คนไทยมีพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้มีโอกาสได้ปลิ้มปีติ และเฝ้าคอยชื่นชม พระบารมีมาโดยตลอด

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เป็นพระราชโอรส พระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช สมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวัง ดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราช โองการ ประกาศสถาปนาสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชประสงค์ที่แน่วแน่ในการอุทิศ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณีกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขและความผาสุกของพสกนิกร ทุกหมู่เหล่าตามรอยพระยุคลบาท พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ นับแต่ที่ทรงสำเร็จ การศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยดันทรูน ออสเตรเลีย และเสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย ในปีพุทธศักราช 2518 สมดังพระราชดำรัส ที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณสาบานพระองค์ ในพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2515

“…ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นมกุฎ-ราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศ และ อิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อ ชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลัง สติปัญญาความสามารถ และโดยความ เสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่…”

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชจริยาวัตร ที่งดงาม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะองค์สมเด็จรัชทายาท ด้วยความ รับผิดชอบและตั้งพระทัย จนเป็นผลสำเร็จ อย่างดีในทุกเรื่อง เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย แห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และ สมเด็จ พระบรมราชชนนี เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้แล้ว สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ยังได้ทรง เอาพระราชหฤทัยใส่ในสุขทุกข์และ ความ เป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์ ได้โดย เสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ในชนบทที่ห่างไกลอยู่เนืองๆ ทรงพระกรุณา ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด และทรงพอพระราชหฤทัยในการทำความรู้จัก คุ้นเคยกับราษฎรโดยไม่ถือพระองค์ ทรงถือว่า ความทุกข์สุขของราษฎร คือความทุกข์สุข ของพระองค์ เป็นการทรงเจริญรอยตาม พระยุคลบาทแห่งพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างแท้จริง

“มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัด กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส วันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดย ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และประชาชน ร่วมลงนาม ถวายพระพรฯ ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 จนถึงวันพระราชสมภพครบ 53 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ณ บริเวณโถงหน้าอาคาร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีคณาจารย์ ข้าราชการ บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัย เชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ร่วมลงนามถวายพระพรฯ ตลอดทั้งสามวัน ที่ได้จัดพิธีลงนามถวายพระพรฯ เป็น จำนวนมาก” รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์และกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าว

นอกจากนั้นแล้ว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2548 เวลา 09.00 น. ณ อาคาร สวัสดิสงเคราะห์ สโมสรธนาคารแห่ง ประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ถนนโชตนา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมพิธีเฉลิม พระเกียรติ เนื่องในวโรกาสวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดขึ้นเพื่อ แสดงถึงความจงรักภักดี เนื่องในวโรกาส ที่ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 53 พรรษา

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังได้จัดการ ประกวด แข่งขันแต่งคำกลอน ร้อยแก้ว ร้อยกรองและการรำถวายพระพร รวมทั้ง จัดกิจกรรม บำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็น พระราชกุศล อาทิ เลี้ยงอาหารคนชรา เด็กพิการ ตลอดจนจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น การทำฃวามสะอาดถนน วัด หนองน้ำ และคลองสาธารณะ บริเวณมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ด้วยพระราช หฤทัย ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตา ด้วยทรงมุ่งหวัง ที่จะให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีชีวิตความ เป็นอยู่ที่ดี จึงทรงเป็นที่รักชื่นชมของอาณา ประชาราษฎร์โดยทั่วหน้า ชาวมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ทุกคน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน ทรงเป็นมิ่งขวัญและดวงใจ ของปวงชนชาวไทยตลอดไปนิรันดร์กาล 

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ได้มีหลักฐานที่ ถูกจารึกไว้ปรากฏบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ว่า“เสียงปืน 21 นัด ซึ่งคำรามกึกก้อง กัมปนาท จากปืนใหญ่ 4 กระบอก ที่บริเวณ สนามเสือป่า เป็นสัญญาณที่แจ้งให้บรรดา พสกนิกรในกรุงทราบ ด้วยความปลื้มปีติว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประสูติ พระราชโอรสผู้สืบสันตติวงศ์แล้ว ณ มหา อุดมฤกษ์ เวลา 17.45 น.ของวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต ท่ามกลางบรรยากาศ อันเยือกเย็น และชุ่มฉ่ำไปด้วยเม็ดฝน โปรยปรายลงมาเป็นละออง บรรดาพระ บรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ตลอดจน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งไปคอยเฝ้า ต่างแสดงความยินดีปรีดา ด้วยการเปล่งเสียง ไชโยขึ้น 3 ครั้ง เสียงฆ้องชัย แตรสังข์ ที่ ประโคมขึ้นไปในบัดดลนั้น ก้องกังวาน ออกสู่โสตประสาทของ บรรดาพสกนิกร ทั้งหลาย ที่ทยอยมาคอยฟังข่าวด้วยความ กระตือรือร้น อยู่ที่บริเวณสนามเสือป่า ประสูติ แล้วเป็นราชโอรส เสียงประชาชนกล่าวขวัญ แผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมเมือง”

ฝนโปรยอยู่ตลอดเวลา แตรสังข์ ดุริยางค์เริ่มประโคม ทหารบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี ปืนใหญ่ทั้งบก และเรือ ยิงกันอย่างสะเทือนเลือนลั่น เสียงไชโยโห่ร้อง ก็ดังสนั่นหวั่นไหวสมใจประชาชน สมประสงค์ ดวงใจพสกนิกรชาวไทย ทุกๆ ดวง ที่ได้มี สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐาน ให้ทุกๆ พระองค์จงทรงพระเจริญ ขอให้ สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอพระองค์น้อย จงทรง พระเกษมสำราญ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ 53 ปีผ่านไป วันที่คนไทยมีพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้มีโอกาสได้ปลิ้มปีติ และเฝ้าคอยชื่นชม พระบารมีมาโดยตลอด

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เป็นพระราชโอรส พระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช สมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวัง ดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราช โองการ ประกาศสถาปนาสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชประสงค์ที่แน่วแน่ในการอุทิศ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณีกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขและความผาสุกของพสกนิกร ทุกหมู่เหล่าตามรอยพระยุคลบาท พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ นับแต่ที่ทรงสำเร็จ การศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยดันทรูน ออสเตรเลีย และเสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย ในปีพุทธศักราช 2518 สมดังพระราชดำรัส ที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณสาบานพระองค์ ในพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2515

“…ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นมกุฎ-ราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศ และ อิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อ ชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลัง สติปัญญาความสามารถ และโดยความ เสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่…”

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชจริยาวัตร ที่งดงาม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะองค์สมเด็จรัชทายาท ด้วยความ รับผิดชอบและตั้งพระทัย จนเป็นผลสำเร็จ อย่างดีในทุกเรื่อง เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย แห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และ สมเด็จ พระบรมราชชนนี เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้แล้ว สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ยังได้ทรง เอาพระราชหฤทัยใส่ในสุขทุกข์และ ความ เป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์ ได้โดย เสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ในชนบทที่ห่างไกลอยู่เนืองๆ ทรงพระกรุณา ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด และทรงพอพระราชหฤทัยในการทำความรู้จัก คุ้นเคยกับราษฎรโดยไม่ถือพระองค์ ทรงถือว่า ความทุกข์สุขของราษฎร คือความทุกข์สุข ของพระองค์ เป็นการทรงเจริญรอยตาม พระยุคลบาทแห่งพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างแท้จริง

“มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัด กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส วันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดย ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และประชาชน ร่วมลงนาม ถวายพระพรฯ ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 จนถึงวันพระราชสมภพครบ 53 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ณ บริเวณโถงหน้าอาคาร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีคณาจารย์ ข้าราชการ บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัย เชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ร่วมลงนามถวายพระพรฯ ตลอดทั้งสามวัน ที่ได้จัดพิธีลงนามถวายพระพรฯ เป็น จำนวนมาก” รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์และกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าว

นอกจากนั้นแล้ว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2548 เวลา 09.00 น. ณ อาคาร สวัสดิสงเคราะห์ สโมสรธนาคารแห่ง ประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ถนนโชตนา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมพิธีเฉลิม พระเกียรติ เนื่องในวโรกาสวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดขึ้นเพื่อ แสดงถึงความจงรักภักดี เนื่องในวโรกาส ที่ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 53 พรรษา

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังได้จัดการ ประกวด แข่งขันแต่งคำกลอน ร้อยแก้ว ร้อยกรองและการรำถวายพระพร รวมทั้ง จัดกิจกรรม บำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็น พระราชกุศล อาทิ เลี้ยงอาหารคนชรา เด็กพิการ ตลอดจนจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น การทำฃวามสะอาดถนน วัด หนองน้ำ และคลองสาธารณะ บริเวณมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ด้วยพระราช หฤทัย ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตา ด้วยทรงมุ่งหวัง ที่จะให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีชีวิตความ เป็นอยู่ที่ดี จึงทรงเป็นที่รักชื่นชมของอาณา ประชาราษฎร์โดยทั่วหน้า ชาวมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ทุกคน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน ทรงเป็นมิ่งขวัญและดวงใจ ของปวงชนชาวไทยตลอดไปนิรันดร์กาล


กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


ขอพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม
ขอเดชชะข้าพพุทธเจ้านายสายันต์ เจริญสุข
ร้านธงเอื้ออาทร

#2 โดย นายสายันต์ เจริญสุข
เมื่อ 2013-07-27 15:16:32

ไม่น้าว่าเอ๋ยจะทำ

#1 โดย dargon6240
เมื่อ 2006-09-09 20:43:09