SanDY

  โพสเมื่อ 2009-10-06 00:52:46 โดย minnie6121

 

                                          

พ่อแม่พันธุ์ของสุนัขพันธ์ลาบราดอร์          สุนัขตัวผู้ จะแสดงอาการกระตือรือร้นในเรื่องเพศเมื่ออายุประมาณ 6 - 8เดือน แต่ควรจะรอให้สุนัขโตเต็มที่คือ เมื่ออายุประมาณ 1 ปี ขึ้นไป ควรบำรุงสุนัขพ่อพันธุ์ให้กินอาหารที่มีโปรตีนมาก ๆ ซึ่งได้แก่ เนื้อหรือไข่ และต้องให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่าให้อ้วนหรือผอมจนเกิดไปจนขาดเรี่ยวแรงในการผสมพันธุ์เมื่อสุนัขตัวผู้แข้งแรงก็จะสามรถผลิตอสุจิที่แข็งแรงจะได้ผสมกับไข่จำนวนมาก ในขณะที่เป็นสัด ทำให้ได้ลูกครอกใหญ่ มีลูกหลายตัว สุนัขตัวเมีย ที่จะสามารถทำการผสมพันธุ์ควรมีสุขภาพดี การเลี้ยงดูแลแม่พันธุ์ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะความสมบูรณ์ของแม่จะมีผลโดยตรงกับลูก จึงควรบำรุงแม่พันธุ์ให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้ง โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินอี ที่มีผลต่อการสืบพันธุ์และผสมติด แต่ต้องระวังอย่างเลี้ยงจนอ้วน โอกาสผสมสำเร็จจะมีน้อยลงมาก แม่สุนัขสาวที่เริ่มเป็นสัดครั้งแรกยังไม่สมควรให้ผสมพันธุ์เพราะความไม่สมบูรณ์ของร่ายกายยังไม่พร้อมเต็มที่ ควรเว้นไว้สัก 2 รอบของการเป็นสัด พอได้สัดที่ 3 จึงค่อยผสม เพราะความพร้อมของร่ายกายเพียงพอ การเป็นสัดของแม่สุนัขบางตัวอาจจะช้าบางตัวอาจจะเร็ว ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของตัวสุนัขเอง ก่อนการผสมพันธุ์ ควรดูแลให้พ่อแม่พันธุ์สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยได้รับการถ่ายพยาธิ และฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนครบตามขบวนการ โดยเฉพาะโรคไข้หัด และตับอักเสบ ให้กับแม่สุนัข เพื่อให้ลูกสุนัขได้รับภูมิคุ้มกันโรคจากแม่สุนัข   การเป็นสัด                 ตามปกติสุนัขตัวเมียจะเป็นสัดปีละ 2 ครั้ง คือ ทุก ๆ 6 เดือน ระยะการเป็นสัดอาจจะสั้นหรือยาว บางตัวอาจจะนานถึง 21 วัน แต่ตามปกติแล้ว 18 วัน การแสดงความกำหนัดของสุนัขแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรกจะเห็นอวัยวะสืบพันธุ์ตัวเมียเริ่มบวมขึ้นทุกที จนมีน้ำเมือกที่มีเลือดปนออกมา ระยะที่สอง สุนัขตัวเมียจะแสดงอาการขี้เล่นกับตัวผู้ บิดหางไปทางด้านข้าง และยอมให้ตัวผู้เข้าผสมพันธุ์ ระยะที่สามคือ ระยะเริ่มหมดกำหนัดซึ่งจะเห็นได้จากการไม่มีน้ำเมือกไหลออกมา การบวมของอวัยวะสืบพันธุ์ยุบลง จนประมาณวันที่ 18 ของการเป็นสัด สุนัขตัวเมียจะไม่ยอมผสมพันธุ์ ซึ่งเรียกว่า หมดฤดู การผสม                   การผสมพันธุ์ควรเริ่มผสมประมาณวันที่ 10 ถึง 14 หลังจากเริ่มเป็นสัด คือระยะที่สองของการเป็นสัด การผสมอาจจะทำเพียงครั้งเดียวก็พอ แต่ส่วนมากต้องการให้ได้ผลที่แน่นอนจึงผสม 2 ครั้ง ห่างกัน 24 ชั่วโมง การผสมตัวผู้จะขึ้นคร่อมโดยใช้ขาหน้ารัดเอวตัวเมีย บางตัวขาดประสบการณ์ทำให้สอดใส่อวัยวะเพศได้ไม่ถูกต้อง เจ้าของจำต้องช่วยนำทางบางครั้งจนกว่าจะทำได้สำเร็จ ซึ่งตัวผู้จะคาอวัยวะเพศค้างไว้ในช่องคลอดตัวเมียเป็นเวลานาน 20 ถึง 30 นาที หรือที่เรียกว่า "ติด" ทั้งนี้เพื่อให้น้ำเชื้ออสุจิจากตัวผู้เข้าสู่มดลูกของตัวเมียได้สะดวก หลังจากนั้นก็จะหลุดออกมาเองโดยอัตโนมัติ การนำสุนัขตัวเมียไปผสมพันธุ์กับสุนัขตัวผู้ที่อื่นควรนำสุนัขไปก่อนจะมีกำหนดประมาณ 7 วัน เพื่อให้สุนัขได้คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุนัขตัวผู้นั้นด้วย และเมื่อผสมพันธุ์แล้ว 4 วัน ก็ควรถ่ายพยาธิอีกครั้ง การตั้งท้อง                    หลังจากผสมพันธุ์แล้วประมาณ 1 เดือน ถ้าสุนัขท้องจะเห็นเต้านมขยายใหญ่ หัวนมเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีชมพู ต่อมาบริเวณช่องท้องชายโครงจะขยายกางออกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อท้องไปได้ประมาณ เดือนครึ่งแม่สุนัขจะเริ่มเปลี่ยนทั้งร่ายกาย และจิตใจ คือ นิสัยจะสงบลง ไม่กระโดดโลดเต้นเหมือนเคย เพราะท้องโตกินอาหารมากขึ้น นอนมากขึ้น หามุมสงบ และนอนพักผ่อน ไม่ควรไล่จับสุนัขหรือทำให้สุนัขดิ้นแรง หรือลูบคลำบีบท้องเพื่อดูว่าท้องหรือไม่บ่อยๆ หรือทำสุนัขตกจากที่สูง ตลอดจนอาบน้ำ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสุนัขอย่างกะทันหัน เพราะจะทำให้แม่สุนัขแท้งลูกได้ ถ้าแม่สุนัขท้องเนื้อตัวสกปรก ก็ควรเอาผ้าชุบน้ำอุ่น ๆเช็ดให้สะอาดก็พอ ระยะสุนัขตั้งท้องนี้ควรให้อาหารที่มีคุณภาพดี และมีปริมาณเพียงพอสำหรับแม่และลูกในท้อง แต่อย่าให้มากจนแม่สุนัขอ้วน และเมื่อถึงเวลาอีก 7 วันจะคลอด ต้องให้อาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน รวมทั้งปริมาณให้พอเพียงจริง ๆ คือเพิ่ม 20% เพราะระยะนี้ลูกสุนัขในท้องเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เจ้าของต้องจัดการคือ เตรียมสถานที่คลอดลูก เช่น กรงหรือห้องที่เป็นสัดส่วนอยู่ในมุมสงบ ใช้ผ้า หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ปูหลาย ๆ ชั้น จากนั้นหัดให้แม่สุนัขในสถานที่ หรือนอนในที่ดังกล่าวจนเคยชิน การคลอด                     สุนัขทั่วไป จะตั้งท้องนาน 58 ถึง 63 วัน ก่อนการครบกำหนดคลอดแม่สุนัขอาจจะแสดงอาการเบื่ออาหารขุดคุ้ยหาที่หรือรังเพื่อคลอดลูก หัวนมขยายใหญ่ และมีน้ำนมซึมไหลออกมาด้วย บางครั้งอาจมีน้ำเมือกใสๆ ซึมออกมาจากช่องคลอดด้วย เมื่อครบกำหนดคลอดแม่สุนัขจะนอนเบ่งในรัง หลังจากมีการเบ่งประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จึงจะเห็นลูกสุนัข ตัวแรกคลอดออกมาโดยถุงน้ำคล่ำจะโผล่ออกมาก่อน ส่วนใหญ่แล้วลูกสุนัขจะคลอดด้วยท่าทางที่เอาหัวออกมาก่อน พร้อมกับรกซึ่งมีสายสะดือติดอยู่ปกติแล้ว แม่สุนัขจะกัดถุงน้ำคร่ำ และสายสะดือให้ขาด พร้อมกับเลียตัวลูกสุนัขเพื่อทำความสะอาด ถ้าแม่สุนัขไม่ทำให้ถุงน้ำคร่ำแตกออกผู้ที่ทำการคลอดซึ่งทำความสะอาดมือด้วยสบู่ ก็ควรแกะถุงน้ำออกแล้วเอาหัวสุนัขออกจากถุงก่อน ต่อมาจึงลอกถุงออกจนหมดจากลำตัวเช็ดน้ำเมือกที่หน้าด้วยผ้าสะอาด เช็ดที่หน้าอก ลำตัว และด้านข้างเพื่อกระตุ้นการหายใจการหายใจก็จะเริ่มทันทีโดยการร้องขึ้นถ้าสุนัขไม่ร้อง ก็ให้อุ้มสุนัขเอาหัวลง เพื่อให้น้ำและของเหลวต่างๆ ไหลออกจากปาก และจมูกต่อไป จากนั้นจึงมัดสายสะดือ และตัดด้วยมีดที่สะอาดป้ายยาทิงเจอร์ไอโอดีน คืนลูกสุนัขโดยส่งที่หัวนม ให้ลูกสุนัขคลำหาหัวนมดูดกินน้ำนมแม่ในระยะแรกนี้เรียกว่า " น้ำนมเหลือง " มีความจำเป็นแก่ลูกสุนัขอย่างมหาศาล เพราะอุดมไปด้วยภูมิคุ้มกันต่างๆ เมื่อลูกสุนัขตัวแรกคลอดออกมาตามปกติแล้วตัวอื่นๆ ก็จะค่อยๆ ตามมา ระยะห่างระหว่างแต่ละตัวไม่แน่นอน ตั้งแต่ 10 นาที ถึง 30 นาที สุนัขบางตัวคลอดลูกทั้งครอกเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง แต่บางตัวอาจจะนานถึง 8 ชั่วโมง ส่วนสุนัขพันธุ์ใหญ่บางทีต้องใช้เวลาถึง 1 วัน จึงจะคลอดหมด จำนวนลูกสุนัขต่อครอกนั้นไม่แน่นอน แต่เฉลี่ยแล้ว 5 ถึง 7 ตัว มากหรือน้อยกว่านี้ก็มีได้ ทั้งนี้แล้วแต่พันธุ์ และสุขภาพของแม่สุนัขแต่ละตัว สถานที่คลอดของสุนัข                        พฤติกรรมของสุนัขที่สำคัญในขณะที่กำลังใกล้ จะถึงวันคลอด แม่สุนัข จะพยายามเตรียมหาสถานที่ที่จะคลอดลูก ของมันไว้ล่วงหน้า ถ้าเราไม่ได้เตรียมที่คลอดให้กับมัน มันจะเสาะหาเองโดยใช บริเวณที่ลับตาคน และสัตว์อื่นทั่วไป เช่น ในโรงรถ โคนต้นไม้ใหญ่ ใต้ถุนบ้าน เพื่อเป็นการถูก สุขลักษณะ และป้องกันไม่ให้ลูกสุนัขได้รับอันตราย ควรเตรียมบ้าน ไว้ให้มัน โดยดัดแปลงจากกรงที่ใช้ขัง เสริมด้วยพื้นที่อ่อนนุ่ม และทำความ สะอาดง่าย เช่น ผ้ายาง เมื่อสังเกตเห็นว่าใกล้เวลาคลอดเต็มที่แล้วจึงนำ
สุนัขท้องแก่ของเราไปขังไว้รอจนกว่ามันจะคลอดเสร็จ และเข้าที่เรียบร้อย จะให้มันออกได้ เมื่อสุนัขคลอดลูกออกมาแล้ว                        สุนัขโดยทั่วไปจะคลอดลูก และจัดการทุกอย่างภายหลังจากการคลอด สำเร็จ ได้ด้วยตัวเอง แม้กระทั่งการทำความสะอาดลูกของมันทุกๆตัว จะมีปัญหาบ้างก็ตรงสุนัขเพิ่งท้องเป็นครั้งแรก ที่อาจจะไม่ชำนาญในการ ดูแลลูกอ่อน เราซึ่งเป็นเจ้าของมัน ต้องคอยหมั่นสังเกต และคอยช่วยดูแล อย่างห่าง ๆ มีไม่น้อยเหมือนกันที่สุนัขที่ท้องครั้งแรก มักจะช่วยชีวิต ลูกของมันไม่ได้ โดยทำไม่เป็นแม้กระทั่ง การกัดรกให้ขาดหลังการคลอด สิ่งเหล่านี้ต้องอยู่ในความช่วยเหลือของเรา  ผ่าตัดช่วยเหลือสุนัขคลอดลูก                        กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับคน สุนัขท้องแก่บางตัวมีปัญหาที่ คลอดด้วยวิธีธรรมชาติไม่ได้ หากเจ้าของได้หมั่นเอาใจใส่ และนับวันเวลา ตั้งท้องของ มัน และสังเกตว่าเวลาที่มันจะคลอดเจ้าตัวเล็กๆออกมาแล้วอย่านิ่งนอนใจ ควรนำสุนัขของเราไปให้สัตวแพทย์ตรวจอาจจะมีปัญหาเกี่ยว กับลูกอ่อนที่อยู่ข้างในท้อง ถ้าเป็นไปได้หมออาจจะตัดสินใจผ่าตัดเอาลูกในท้องออก ช่วยให้ปลอดภัย
การฉีดวัคซีนให้ลูกสุนัข                      ลูกสุนัขต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์กำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายแรงและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกสุนัข   เรามักจะเริ่มฉีดวัคซีนเมื่อลูกสุนัขอายุได้ 6-8 เดือน ป้องกันโรคไข้หวัด อายุ 10 สัปดาห์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสลำไส้ อายุ 12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีน ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า อายุ 14 สัปดาห์ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หัดอีกครั้ง อายุ16 และ 24 สัปดาห์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสลำไส้ และโรคพิษสุนัขบ้าอีกครั้ง เช่นเดียวกัน อุปกรณ์เสริมสำหรับให้ยาและให้อาหารลูกสุนัข                     ลูกสุนัขก็เหมือนทารกที่จะรอแต่ดื่มนมจากอกแม่ของมัน ย่อมไม่เพียงพอแน่ เราควรจัดหาอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงดูลูกสุนัขที่ยังพึ่งตัวเองไม่ได้ เช่นกรวยยาสำหรับป้อนอาหารเหลว ขนมนมสำหรับป้อนนม สลิงค์ฉีดยาสำหรับป้อนยา เป็นต้น วิธีป้อนนมให้ลูกสุนัข                      ลูกสุนัขที่ยังอ่อนมากๆลืมตายังไม่ได้ จำเป็นที่จะ ต้องได้รับอาหารที่เพียงพอ กรณีที่แม่ของมันคลอดลูกออกมามาก ทำให้มีน้ำนมที่จะเลี้ยงลูกไม่เพียงพอเราต้องช่วยจัดหาน้ำนมเพิ่มให้มัน โดยใช้ขวดนมเด็กใส่น้ำนมเลี้ยงเด็กทารกป้อนให้มันดูดกิน หากเป็นเด็กทารกการป้อนนมจากขวดต้องให้เด็กนอนหงาย แต่ลูกสุนัขควรให้มันอยู่ในท่ายืนหรือนอนคว่ำปกติ แล้วจึงป้อนนมจากขวดให้มันดื่มกินก็ได้ อาหารเสริมกับน้ำนมแม่                          น้ำนมที่ใช้เลี้ยงลูกสุนัขทั่วไปมีขายตามท้องตลาด ไม่ควรให้นมข้นหวานเช่นเดียวกับที่ห้ามใช้ในเด็กทารกถ้าเป็นไปได้การผสมนม ให้ลูกสุนัขควรบีบน้ำนมจากแม่ของมันผสมกับนมกระป๋องสำหรับเลี้ยงลูกสุนัข เพื่อที่มันจะได้คุ้นเคย และดื่มกินได้มากกว่าปกติ การหย่านม                   เมื่อลูกสุนัขอายุ 2 สัปดาห์ควรจะลืมตา ถ้ายังไม่ลืมก็ควรล้างตาเบาๆ และเมื่ออายุได้ 3 สัปดาห์ก็เริ่มกินอาหารอื่นได้นอกเหนือจากนมแม่ แม่สุนัขจะเลี้ยงลูกให้นมลูกอยู่ราว 35-42 วัน บางครั้งอาจถึง 50 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณลูกสุนัข และความอุดมสมบูรณ์ของแม่ด้วย แต่ควรหย่านมเมื่อลูกสุนัขอายุประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย การหัดให้อย่านมอาจจะทำได้โดยการให้อาหารซึ่งมีน้ำอุ่นหนึ่งถ้วย ด้วยวิธีการจับหัวลูกสุนัขจุ่มลงในอาหารซึ่งใส่ภาชนะตื้น ๆ ต่อไปลูกสุนัขก็จะกินเองได้ ต่อมาจึงให้อาหารอื่น ๆ เช่น เนื้อหรือไข่ เพิ่มทีละน้อย ผสมลงในน้ำนม ในระหว่างหัดนี้ ควรแกลูกสุนัขกับแม่ให้ห่างกันมากขึ้น  จนในที่สุดลูกสุนัขสามารถหย่านมได้ และเมื่อลูกสุนัขอายุได้ 2 -4 สัปดาห์ ก็ควรทำการถ่ายพยาธิครั้งแรก อาหารสำหรับลูกสุนัข

                         ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า สุนัขก็ต้องการอาหารเช่นเดียวกับคน ยิ่งเป็นลูก สุนัขด้วยแล้วอาหารที่ให้มันต้องประกอบไปด้วย สารอาหารอย่างครบถ้วนเท่า ที่มันต้องการ เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายของมันได้เติบโตขึ้นมาเป็นสุนัขใหญ่ที่สมบูรณ์อย่างเต็มที่

                                                         5.jpg                           

 

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


มาเม้นไห้นะ
ภาณิศา6130

#1 โดย viewjung
เมื่อ 2007-08-30 19:12:38