ดอกไม้มีพันธุ์อะไรบ้างน้ามาดูกันจิ

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:50:13 โดย monkiez6235

 ดอกไม้พันธุ์ต่าง

       สวัสดีค่ะ ทุกคน อิอิ วันนี้นะคะก็มา up blog ให้ได้ชมกันอีกเเล้วค่ะ อยากดูกันบ้างรึเปล่าค่ะ วันนี้เรื่องดอกไม้ที่จะนำมาเสนอเป็นเรื่อง พันธุ์ของดอกไม้ชนิดต่างๆค่ะ เเต่ในที่นี้ ได้ยกตัวอย่างมาให้ได้ชมกันทั้งหมด5พันธุ์ค่ะ ถ้าอยากรู้เเล้วว่ามีพันธุ์อะไรบ้าง เเล้วเเต่ละพันธุ์มีลักษณะเป็นอย่าไร เรามาชมกันเลยค่ะ

 พันธุ์ของดอกไม้ชนิดต่างๆ(5พันธุ์)

ชื่อสามัญ

: กุหลาบแดง

ชื่อท้องถิ่น

: กุหลาบแดงอีสาน

ชื่อวิทยาศาสตร์

: Rhododendron simsii Planch

วงศ์

: ERICACEAE

ลักษณะลำต้น

: มีความสูงประมาณ ๒ - ๕ เมตร เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง แตกกิ่งก้านระเกะระกะ

ลักษณะใบ

: ใบเรียงวนสลับกันตามปลายกิ่ง ใบรูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ปลายแหลมหรือมน ขอบใบเรียบ โคนใบแคบ ใบมีกว้าง ๑ - ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๔ - ๖ เซนติเมตร

ลักษณะดอก

: จะออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่งและง่ามใบ ช่อละ ๓ - ๗ ดอก มีสีแดงเรื่อๆถึงแดงเข้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยหงายหรือระฆัง ตรงปลายแยอออกเป็น ๕ กลีบ ขนาดดอกเมื่อบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔ - ๕ เซนติเมตร เกสรตัวผู้มี ๑๐ อัน

ลักษณะผล

: ผลเป็นรูปไข่ ยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลแดง เมื่อผลแก่เปลือกจะแตกออกเป็น ๕ เสี่ยง ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กแบนๆอยู่เป็นจำนวนมาก เมล็ดมีปีกบางใสล้อมรอบ

แหล่งที่พบในไทย

: โดยส่วนใหญ่สามารถพบตามภูเขาที่ระดับความสูงตั้งแต่ ๑๐๐๐ - ๑๕๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ขึ้นกระจัดกระจายหรือเป็นกลุ่มตามที่โล่งแจ้งหรือบริเวณริมลำธาร ในประเทศไทยพบที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ชื่อสามัญ

: กุหลาบขาว

ชื่อท้องถิ่น

: ดอกสามสี, ไม

ชื่อวิทยาศาสตร์

: Rhododendron lyi Levl

วงศ์

: ERICACEAE

ลักษณะลำต้น

: เป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ ๑ - ๓ เมตร กิ่งก้านระเกะระกรเป็นพุ่มใหญ่

ลักษณะใบ

: ใบเรียงวนสลับกันเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง ใบรูปขอบขนานแกมใข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมรี ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้น โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ กว้าง ๒ - ๓ เซนติเมตร ยาว ๕ - ๗ เซนติเมตร

ลักษณะดอก

: จะออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อละ ๓ - ๕ ดอก แต่ที่พบมากที่สุดคือ ๓ ดอก ดอกมีสีขาวและขาวอมชมภูและมีสีเหลืองแต้มตามโคนดอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยหรือระฆัง ตรงปลายแยอออกเป็น ๕ กลีบ ขนาดดอก ๖ - ๗ เซนติเมตร

ลักษณะผล

: จะมีผลคล้ายผลสมอ ผิวมีความแข็งและขรุขระ มีขนาดยาวประมาณ ๑.๗ - ๒.๖ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๐.๘ - ๑.๒ เซนติเมตร เมื่อแก่จัดเปลือกจะแตกออกเป็น ๕ เสี่ยง มีเมล็ดแบนๆขนาดเล็กมากอยู่ภายเป็นจำนวนมาก เมล็ดจะมีปีกบางใสล้อมรอบช่วยในการกระจายพันธุ์ออกไปได้ไกลจากต้นเดิมพอควร

แหล่งที่พบในไทย

: โดยส่วนใหญ่สามารถพบตามภูเขาที่ระดับความสูงตั้งแต่ ๑๐๐๐ - ๑๖๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ชอบขึ้นเป็นกลุ่มหรือกระจายตามที่โล่งแจ้งที่มีพื้นเป็นหินทราย ในประเทศไทยพบที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ชื่อสามัญ

: กุหลาบป่าดอยลังกา

ชื่อวิทยาศาสตร์

: Rhododendron microphyton Franch

วงศ์

: ERICACEAE

ลักษณะลำต้น

: เป็นไม้พุ่มเตี้ย ไม่ผลัดใบ สูง ๐.๕ - ๑.๕ เมตร ลำต้นและกิ่งจะมีขนสีน้ำตาลสั้นๆ

ลักษณะใบ

: ใบเรียงวนสลับกันตามปลายกิ่ง ใบรูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ปลายแหลมหรือมน ขอบใบเรียบ โคนใบแหลม ใบมีกว้าง ๑ - ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๔ - ๖ เซนติเมตร

ลักษณะดอก

: จะออกดอกระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มกราคม เป็นช่อสั้นตามง่ามใบและปลายกิ่ง ช่อละ ๓ - ๖ ดอก มีสีขาวหรือสีชมภูอ่อนแซมขาว และมีจุดประสีม่วงแกมแดงแต้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยหงายแกมรูประฆัง ปลายแยกออกเป็น ๕ กลีบ ดอกมีขนาด ประมาณ ๓ เซนติเมตร

ลักษณะผล

: ผลเป็นรูปไข่ โคนมน ปลายผลแหลม ยาวประมาณ ๖ - ๘ มิลลิเมตร กว้างประมาณ ๒ มิลลิเมตร มีขนสีน้ำตาล เมื่อผลแก่เปลือกจะแตกออกเป็น ๕ เสี่ยง ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กแบนๆอยู่เป็นจำนวนมาก เมล็ดมีปีกบางใสล้อมรอบ

แหล่งที่พบในไทย

:โดยส่วนใหญ่สามารถพบตามภูเขาที่ระดับความสูงตั้งแต่ ๑๔๐๐ - ๑๖๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ขึ้นกระจัดกระจายตามที่โล่งแจ้งบนหินตามสันเขา ในประเทศไทยพบที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ

ชื่อสามัญ

: สิงโตสมอหิน

ชื่อท้องถิ่น

: สิงโตกรอกตา

ชื่อวิทยาศาสตร์

: Bulbophyllum blepharisters Rchb.f.

ลักษณะลำต้น

: มีหัวสะสมอาหารรูปไข่สีเขียวอมเหลือง

ลักษณะใบ

: มีใบรูปรี ๒ ใบ ใบหนาและแข็ง ปลายใบหยักเว้า ขนาดใบกว้างประมาณ ๒ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๖ -๘ เซนติเมตร

ลักษณะดอก

: จะออกดอกระหว่างตุลาคม-ธันวาคม ดอกออกเป็นกระจุกที่ปลายช่อเรียงตัวเป็นวงกลม ก้านช่อดอกมีขนาดเล็กและแข็งยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร ดอกจะบานครั้งละประมาณ ๓ ดอก ขนาดดอกกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร

แหล่งที่พบในไทย

: อิงอาศัยตามต้นไม้ตามริมหน้าผาหรือตามลานหิน พบที่ระดับความสูง ๑๔๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้

ชื่อสามัญ

: เอื้องเทียนน้อย

ชื่อวิทยาศาสตร์

: Coelogyne lactea Rchb. f.

ลักษณะลำต้น

: ลำต้นเป็นหัวรูปรีค่อนข้างแข็ง โคนใหญ่ปลายเล็ก มีสันและร่องตามความยาวของหัว

ลักษณะใบ

: ใบค่อนข้างหนา ผิวเรียบและเหนียว ใบค่อนข้างใหญ่แต่โคนใบจะเรียวสอบเป็นก้านสั้นๆ

ลักษณะดอก

: จะออกดอกระหว่างกุมภาพันธ์ - มีนาคม ช่อดอกเกิดที่ยอดใหม่ข้างๆกับโคนหัวเก่า ออกดอกเป็นช่อช่อละ ๖ - ๑๐ ดอก

แหล่งที่พบในไทย

: พบตามโคนต้นไม้ หรือลานหิน ในเขตป่าดิบแล้งและป่าสน ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เเหล่งที่มา : http://www.thailandgeographic.com/flora/orchid/orchid-th.html เเละ

 

http://www.thailandgeographic.com/flora/rhododendron/rhododendron-th.html



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


อะไรเนี่ย

#3 โดย อิๆ จร๊า
เมื่อ 2011-03-04 13:12:17

กก

#2 โดย
เมื่อ 2011-02-03 12:41:14

ง่าๆๆน่ารักเกินเราได้ยังงัยอ่า
เอารูปมาจากไหนบ้างหรอ

#1 โดย bellkiku
เมื่อ 2006-08-31 21:41:59