สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

  โพสเมื่อ 2009-10-06 00:52:46 โดย nina6213
    สถานที่ท่ที่ญี่ปุ่

ในโตเกียว 
โตเกียว หนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
     เป็นครั้งแรกในการไปเยือนญี่ปุ่น บอกไม่ถูกว่าตื่นเต้นแค่ไหน เพราะฉันไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แถมยังได้ยินว่าคนญี่ปุ่นเขาไม่พูดอังกฤษกันก็อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้สักคำ(แม้จะมีเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นพูดไทยได้รวมทางไปด้วยก็ตาม)

           "โตเกียว"คือเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ ฉันและคณะร่วม 10 ชีวิตมีภารกิจไปดูงานเกี่ยวกับนวัตกรรมของญี่ปุ่น (ที่ได้ชื่อว่าก้าวล้ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว) หลังบินไปกว่า 5 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินนาริตะ เราต้องนั่งรถไฟด่วน                         "เจอาร์นาริตะเอ็กซ์เพรส" (JR Nirita Express) ซึ่งเป็นสายรถไฟที่พาเรามุ่งหน้าสู่กรุงโตเกียวอีก 1 ชั่วโมง

            ถึงสถานีโตเกียว (Tokyo Station)สิ่งแรกที่คนไม่เคยมาเยือนญี่ปุ่นอย่างฉันทำคือ "ถ่ายรูป" และ "ถ่ายรูป" โชคดีที่เพื่อนร่วมเดินทางก็ "บ้ากล้อง" ไม่แพ้กัน สนุกสนานกันได้พักใหญ่ จากนั้นเราเดินไปต่อคิวรถแท็กซี่เพื่อเดินทางสู่ที่พัก โดยฉันยื่นแผนที่ให้คนขับดูว่าเราจะไปที่ไหนกัน
แม้คนโตเกียวจะมีชีวิตเร่งรีบแต่ก็มีวินัยในตนเอง
                      แท็กซี่ที่โตเกี่ยว มองภายนอกแม้จะดูเก่าและโบราณ แต่ภายในเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเครื่องรับสัญญาณ "จีพีเอส" ที่สมกับเป็นดินแดนแห่งเทคโนโลยีจริงๆ และหากคิดจะปิดประตูรถเองแล้วล่ะก็...อย่าเด็ดขาด ตรงนี้เป็นหน้าที่ของคนขับที่จะบังคับเปิด-ปิดประตูด้วยระบบอัตโนมัติให้ หากยื่นมือเข้าไปยุ่งอาจทำประตูรถเขาพังได้ ส่วนอีกสิ่งที่ดูแตกต่างจากบ้านเรามากก็คือคนขับรถแท็กซี่ที่นี่สุภาพมาก หรืออาจจะเป็นธรรมชาติของคนญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่มีมารยาทที่สุดในโลก

                   แรกที่รถแท็กซี่จอดเทียบหน้าโรงแรมที่พักฉันก็รู้สึกแปลกใจเพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือตึกสูงที่ดูธรรมดาๆ และไม่มีป้ายโอ่อ่าบอกสถานภาพว่าเป็นโรงแรมเหมือนเมืองไทย ในนั้นมีทางเดินแคบๆนำเราไปสู่เคาท์เตอร์เช็กอิน และต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อรู้ว่าโรงแรมที่นี่ไม่มีล็อบบี้ มีเพียงเก้าอี้เล็กๆ ให้แขก 4-5 คนนั่งพักคอยเท่านั้น แถมกว่าจะเช็กอินได้ก็ต้องรอถึงบ่าย 2 โน่น
ชีวิตใต้ดินถือเป็นส่วนหนึ่งของคนโตเกียว
 
        เมื่อเดินถึงห้องนอนฉันก็ต้องผงะ...เพราะเดินได้ 3 ก้าวฉันก็ถึงเตียงนอนแล้ว ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็แทบไม่เพียงพอกับกระเป๋าใบใหญ่ของฉัน และมีโต๊ะเล็กๆ ตัวหนึ่งให้เขียนหนังสือและวางสัมภาระ เพื่อนผู้กลัว"ผีญี่ปุ่น"ที่ไม่กล้านอนคนเดียวเลยมาขอนอนกับฉัน พอเห็นสภาพแล้วจึงต้องจำใจกลับไปนอนคนเดียวเหมือนเดิม...ฉันไม่แน่ใจว่าโรงแรมทั่วไปของญี่ปุ่นเป็นเช่นนี้เหมือนกันหรือเปล่า เพราะนี่คือการนอนในญี่ปุ่นครั้งแรกของฉัน

        เช่นเดียวกับมื้อแรกในญี่ปุ่นที่พวกเราไปหม่ำ "บะหมี่เย็น"กัน ที่แม้จะหน้าตาดูน่ากินแต่รสชาติทำเอาหลายคนเบ้ปากเพราะไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่

        สำหรับวิธีกินบะหมี่ของคนที่นี่อาจทำให้ใครที่ถูกสั่งสอนมาว่าอย่ากินอาหารเสียงดังต้องตกใจเพราะเขากินกันเสียงดังมากและเป็นที่น่าสังเกตว่าเขากินกันเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคนไทยซึ่งกว่าจะจัดการบะหมี่กองโตตรงหน้าให้หมดไป ลูกค้าญี่ปุ่นก็ผลัดเปลี่ยนเวียนหน้าไปได้ 2 ชุดแล้ว ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าเขาไม่เสียเวลากับการกินเพื่อเอาเวลาไปทำธุระที่สำคัญกว่า นั่นคือจุดแรกที่ฉันสังเกตเห็นการใช้เวลาอย่างเร่งรีบของคนที่นี่
นากามิเซโดริ ย่านช้อปปิ้งขึ้นชื่อ
                  ความเร่งรีบเป็นสิ่งที่เห็นได้จนชินตาในโตเกียว ภาพกลุ่มคนไทยที่เดินเอื่อยๆ อาจเป็นสิ่งที่ดูแปลกแยกจากชาวญี่ปุ่นที่เดินราวกับวิ่ง ขณะที่พวกเขาเดินได้ 3 ก้าวแล้วแต่เราเพิ่งก้าวเสร็จไปเพียงก้าวเดียว ยิ่งในสถานีรถไฟใต้ดินเรายิ่งได้เห็นความรีบเร่งมากขึ้น ไม่ต้องมีใครบอกวิธีใช้บันไดเลื่อน หากคุณไม่รีบจงระลึกไว้เสมอว่าต้องชิดซ้ายเพราะคนที่รีบกว่าเขาจะเดินทางขวา ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่นี่ก็บีบบังคับให้ทุกคนเป็นระเบียบเช่นนั้น

                  ถ้ามีใครบอกว่าชาวโตเกียวใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน...ฉันเชื่อ...เพราะคนที่นี่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินกันเยอะ ใช้รถส่วนตัวกันน้อย เราจึงไม่ค่อยเห็นบรรยากาศรถติดตามสี่แยกไฟแดงเหมือนบ้านเรา นับสายรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการรวมแล้วก็   13 สาย (ขณะที่บ้านเรามีแค่ 2 สาย) และแต่ละสายก็มีสถานีเชื่อมต่อที่กว้างมาก กว่าเราจะเดินเปลี่ยนขบวนรถไฟได้ก็ต้องขึ้น-ลงบันไดเลื่อนกันหลายรอบจนอาการ "ชิดซ้าย" ติดตัวฉันมาถึงกรุงเทพฯ อยู่หลายวัน
 
วัดเซนโซจิ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญในโตเกียว
            อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นที่เลื่องชื่อของคนญี่ปุ่นและไม่จำเป็นต้องมีใครบอกเพราะสภาพแวดล้อมที่เราเห็นประกาศตัวเองให้รู้ว่าคนที่นี่มีระเบียบวินัยแค่ไหน ไม่มีขยะสักชิ้นให้เห็นแม้ว่าจะหาถังขยะได้ยากเต็มที จนคนไทยที่เดินทางไปด้วยกันอดเปรยขึ้นไม่ได้ว่า "ถ้าเป็นที่เมืองไทยป่านนี้ขยะเกลื่อนแล้วล่ะ" และเขายังให้ความสำคัญกับการแยกขยะด้วย ที่เห็นได้ชัดก็ตรงหน้าร้านสะดวกซื้อจะมีถังขยะ 4-5 ใบเรียงกันสำหรับขยะแต่ละประเภทและปากถังขยะก็กว้างพอที่จะทิ้งสิ่งขอเหลือใช้โดยไม่เปรอะมือ เสียดายที่ตั้งใจจะถ่ายรูปกลับมาให้คนที่บ้านได้ดูเป็นตัวอย่างแต่ก็ลืม จำได้ว่าที่เมืองไทยก็เคยรณรงค์ให้แยกขยะเปียกกับขยะรีไซเคิลได้อยู่พักหนึ่ง มีถังเขียว-เหลืองวางคู่กัน แต่สุดท้ายทุกถังก็รับขยะทุกประเภทเหมือนกันหมด
คนโตเกียวมักจะไปไหนมาไหนด้วยบริการรถไฟฟ้าใต้ดิน
 
            บนถนนก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ฉันได้เห็นความเคารพในวินัยของคนที่นี่ นัยว่าการเดินคงเป็นเรื่องปกติสำหรับบ้านเขา ทางม้าลายแต่ละแยกจึงกว้างมากเป็นพิเศษ และทุกคนจะข้ามถนนได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนเดินเท่านั้น วันหนึ่งขณะที่ท้องถนนโล่งเราก็ข้ามทางม้าลายโดยที่ยังเป็นสัญญาณไฟแดงอยู่ จังหวะที่ข้ามมาได้ครึ่งถนนฉันก็เหลือบไปเห็นชาวญี่ปุ่นวัยกลางคนยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ริมถนนรอสัญญาณไฟ จะเรียกให้ทุกคนหันหลังกลับก็ไม่ทันเสียแล้ว วินาทีนั้นฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าญี่ปุ่นก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร

        ...คนอื่นอาจจะประทับใจในเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความน่ารักที่มีอยู่ดาษดื่นในโตเกียว แต่สำหรับฉันการได้เห็นวิถีชีวิตของคนต่างชาติต่างภาษาคือความรื่นรมย์อย่างที่สุด และได้รู้ว่าการเคารพในระเบียบวินัยและเวลานำมาซึ่งความก้าวหน้าของบ้านเมือง   และเพื่อที่จะไม่ต้องชิดซ้ายอีกต่อไปฉันคงต้องทำอะไรให้รวดเร็วกว่านี้...
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

                  โตเกียว เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู เป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก กรุงโตเกียว มีสถานที่หลากหลายให้เลือกเที่ยว อาทิ วัดเซนโซจิ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ย่านนากามิเซโดริแหล่งช้อปปิ้งของที่ระลึกน่ารักๆ   สวนสาธารณะอุแอะโนะสำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวในโตเกียวด้วยตัวเอง หากต้องการเที่ยวหลายแห่งในวันเดียวกัน นักท่องเที่ยวควรซื้อตั๋วรถแบบ one-day open ticket ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งรถใต้ดิน และ JR Pass
แหล่งที่มา : http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=86351 

 เข้าเมือง Yokohama ไปเที่ยว China Town , Shopping Street และ Yokohama Port
 
 
 


      เดินทางไปเมือง Kamakura เข้าชม ศาลเจ้า ฮาจิมานกุ เป็นศาลเจ้าของศาสนาชินโตที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดย โชกุน Minamoto Yoritomo ในปี คศ 1180(กว่า 800 ปี) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อสถิต Hachiman หรือเทพเจ้าแห่งสงครามของญี่ปุ่น และ เทพเจ้าประจำตระกูล Minamoto  น่าเสียดายที่ฝนตกอย่างหนัก 
 

 
 
      วัดฮาเซะเดระ ชมเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นเมื่อปี คศ 736 เป็นรูปปั้น เจ้าแม่กวนอิม 11 หน้า(Big statue of eleven-faced "Kannon", or the Goddess of Mercy) 
 

             ชมพระพุทธรูปยักษ์(Amida Great Buddha of Kamakura) ที่วัดโคโตคุ ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี 1252 โดยอยู่ในโบถส์  ใหญ่ แต่ โดน สึนามิ ถล่มในปี 1498 จึงเหลือเพียงพระพุทธรูป เหล็กสูงถึง 13.34 เมตร
  แหล่งที่มา: http://mekatbangkok.spaces.live.com/blog/cns!B3982D95B16132F3!150.entry                                                                                                                                                              


กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น