อาการของโรคที่ตอนนี้ ทุกคนเป็นมากที่สุด คือไร น้า............

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:39:22 โดย noohok6117

welcome1.gif

      อาการของ โรคภูมิแพ้ แสดงออกได้หลายแบบ   ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าโรคภูมินั้นๆเกิดขึ้นกับส่วนใดของร่างกาย ได้แก่


      โรคภูมิแพ้ทางจมูก (Allergic Rhinitis)ชื่อเรียกที่เราคุ้นเคย ได้แก่ โรคแพ้อากาศ โรคหวัดภูมิแพ้ โรคเยื่อจมูกจากภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ทางจมูก แบ่งออกตามอาการที่มาปรึกษาได้เป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

     


1.กลุ่มที่มาด้วยอาการจามนํ้ามูกไหลเป็นหลัก หรือเรียกว่า Runner-Sneezer type

2.กลุ่มที่มาด้วยอาการคัดแน่นจมูกเป็นหลัก หรือเรียกว่า Blocker type

3.กลุ่มที่มาด้วยอาการทั้ง 2 แบบ หรือเรียกว่า Mixed type

4.กลุ่มที่มาด้วยอาการอื่นๆ ที่มักไม่ใช่อาการทางจมูกโดยตรง หรือเรียกว่า Comon pitfall type (เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยเองไม่ได้นึกถึง โรคภูมิแพ้ทางจมูกเลย) 


     จะเห็นได้ว่าหากผู้ป่วยมาปรึกษาด้วยอาการ 3 รูปแบบแรก คงไม่ยากที่จะคำนึงถึงโรคภูมิแพ้ทางจมูก แต่กรณีที่ผู้ป่วยมาด้วยอาการในรูปแบบที่ 4 ส่วนใหญ่จะไม่นึกถึงว่าผู้ป่วยนั้นๆ มีปัญหาทางจมูกแต่อย่างไร จึงไม่แปลกใจที่มักจะ พลาดที่จะวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ทางจมูก

    

          อาการต่อไปนี้ ควรนึกถึงโรคภูมิแพ้ทางจมูกด้วยเสมอ ได้แก่ อาการไอเรื้อรัง


·อาการหวัดเรื้อรัง 

·อาการเวียนศีรษะ

·อาการปวดศีรษะเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปวดข้างใดข้างหนึ่ง (มักจะสลับข้าง) 

·อาการหายใจไม่อิ่ม (มักต้องถอนหายใจลึกๆ หรือต้องหายใจทางปาก) อาการกระแอมบ่อยๆ หรือเสมหะลงคอ (บางรายเสียงจะแหบ) อาการคันหัวตา ขอบตาล่างบวมหรืออาจคลํ้า

·อาการกรน (เกิดเนื่องจากรูจมูกตัน ต้องอ้าปากหายใจในท่านอนหงาย) และ

·อาการอ่อนเพลียไม่สดชื่นในช่วงกลางวัน (เนื่องจากกลางคืนหลับไม่สนิท จากการหายใจไม่สะดวกเพราะรูจมูกตัน)
      
       ดังนั้นหากผู้ป่วยมาปรึกษาด้วยอาการดังกล่าวนี้ อย่าลืมทดลองให้ผู้ป่วยปิดปากและหายใจทางจมูกช้าๆ หากพบว่าหายใจทางจมูกไม่ได้หรือไม่ดีพอ แสดงว่ามีเยื่อจมูกบวม หรือรูจมูกอุดตัน หากส่องจมูกดูก็ยืนยันได้ แสดงว่าผู้ป่วยรายนี้มีเยื่อจมูกอักเสบเรื้อรังน่าจะนึกถึงโรคภูมิแพ้ทางจมูก



การวินิจฉัย โรคภูมิแพ้ทางจมูก

·โดยทั่วไปอาศัยประวัติการมีอาการทางจมูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีคันจมูกจามเป็นชุดๆ และนํ้ามูกใสไหล (แต่อย่าลืมว่าผู้ป่วยไทยกว่าครึ่งมีอาการแบบคัดจมูก หรือแบบผสม และมีไม่น้อยที่ผู้ป่วยมีอาการรูปแบบทั้ง 4 ดังกล่าว) ร่วมกับประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว (มีเพียง 3 โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรม นั่นคือ โรคภูมิแพ้ทางจมูก โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง และโรคหืด) ก็เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยโรคได้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่ผู้ป่วยมาด้วยอาการคัดแน่นจมูกเพียงอย่างเดียว หรือมาด้วยอาการอื่นๆที่ไม่ใช่อาการทางจมูกโดยตรง โดยที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว (โอกาสของคนที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เกิดโรคภูมิแพ้ประมาณ 10%) การจะพิสูจน์ว่าเป็นโรคภูมิแพ้ในกรณีนี้ควรแนะนำให้ตรวจทดสอบทางผิวหนังกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
 


โรคภูมิแพ้ทางตา จะมีอาการของคันตา ตาแดง


โรคหืด คือ อะไร

     โรคหืด คือ โรคของหลอดลมที่มีการตีบหรืออุดตันอันเนื่องมาจากมีการอักเสบของหลอดลม มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม มีเสมหะที่เหนียวออกมามาก

โรคหืด มีลักษณะสำคัญ 3 ประการ


1.หลอดลมที่มีการตีบหรืออุดตันเป็นๆหายๆการตีบหรืออุดตันเกิดจาก กล้าเนื้อหลอดลมหดตัว เยื่อบุบวม มีการอักเสบ เสมหะมาก

2.มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลมร่วมด้วย

3.หลอดลมมีสภาพไวผิดปกติต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น ควันต่างๆ กลิ่นที่แรง สารก่อภูมิแพ้
 


โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง จะมีอาการของผื่นคันเรื้อรัง ลมพิษ

จะมีอาการของผื่นคันเรื้อรัง ลมพิษ


     โรคภูมิแพ้ชนิดช็อค จะมีอาการผื่นลมพิษมักจะมีอาการบวม ร่วมด้วย มีหลอดลมตีบเกิดอาการหอบหืด กล่องเสียงบวมเสียงแหบ หายใจไม่ออก และ มักจะมีอาการช็อค ความดันโลหิตลดต่ำ และอาจเสียชีวิตได้
 

 

โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยในประเทศไทย

  • โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคภูมิแพ้ทางจมูก (Allergic rhinitis) ซึ่งพบประมาณ 20% ในผู้ใหญ่ (2 ใน 10 ราย) และ 40% ในเด็ก (4 ใน 10 ราย)
  • โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยรองลงมา คือ โรคหืด ในผู้ใหญ่พบได้ประมาณ 5% ในเด็กพบได้ประมาณ 13% นั่นคือ ประมาณว่า 1 ใน 10 ของเด็กในไทย เป็นโรคหืด
  • โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยอันดับ 3 คือ ลมพิษ ท่านควรทราบว่า ลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ 
  • โรคภูมิแพ้อื่นๆที่พบไม่บ่อยนัก ได้แก่ โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง โรคภูมิแพ้ทางตา โรคแพ้อาหารและแพ้ยา

    เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา อัตราความชุกของโรคภูมิแพ้ทางจมูก และโรคหืด ได้เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย กล่าวคือ โรคภูมิแพ้ทางจมูกเพิ่มขึ้นจาก ประมาณ 18% ในปี 2533 เป็น 40% ในปี 2538 (ประมาณ 2 เท่า) ในขณะที่โรคหืด มีอัตราเพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 13% (ประมาณ 3 เท่า)

แหล่งที่  http://www,thaimed.com/




กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น