วิธีการดูแลสุขภาพของสุนัขปอม

  โพสเมื่อ 2009-10-06 00:44:40 โดย nutbook
    การพบสัตว์แพทย์ครั้งแรก

              ขั้นตอนที่สำคัญในการดูแลสุขภาพของลูกสุนัขของคุณ คือการนำเขาไปพบสัตว์แพทย์ ไม่ครวละเลยในเรื่อนี้ เพราะลูกสุนัขมักไม่ต้านทานต่อโรคติดต่อชนิดร้ายแรง ถ้าเป็นแล้วอาจถึงแก่ความตายได้ การนำไปพบสัตว์แพทย์ครั้งแรกจิงควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้ เพื่อการป้องกันที่สมบูรณ์ คุณต้องนำเข้าไปพบสัตว์แพทย์มากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อทำการฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด ในการพบสัตว์แพทย์ครั้งแรกควรต้องตรวจหาพยาธิด้วย จึต้องนำตัวอย่างอุจจาระไปตรวจในห้องปฎิบัติการด้วยมีพยาธิลำไส้อยู่ในลำไส้สุนัขหลายชนิด อาทิ พยาธิตัวกลม พยาธิตัวแบน พยาธิปากขอ และพยาธิแส้ม้า สัตว์แพทย์จะแนะนำให้ยาถ่ายพยาธิสำหรับสุนัขของคุณ นอกจากนั้นสัตว์แพทย์อาจให้คำแนะนำวิธีป้องกันโรคพยาธิหัวใจ พยาธิหัวใจเป็นกาฝากของเลือด อาศัยอยู่ในหัวใจ

      อาหารและการออกกำลังกาย

       อาหารที่มีคุณค่าและการออกกำลังกายที่มากพอย่อมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับสุขภาพที่สมบูรณ์ของลูกสุนัขของคุณ ให้อาหารที่มีคุณภาพสูงประกอบด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น อาหารสำหรับลูกสุนัข เกรดพรีเมี่ยม หรือ ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ย่อมเป็นหลักประกันได้ว่าลูกสุนัขจะได้สารอาหารและโปรตีนตามที่ร่างกายต้องการเพื่อการเจริญเติโต

     ลูกสุนัขที่มีสุขภาพดีจะร่าเริง แข็งแรง และต้องออกกำลังมากพอ การออกกำลังจะมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับขนาดของลูกสุนัข รวมทั้งพันธุ์สุนัขด้วย ยกตัวอย่าง สุนัขที่ใช้ในการล่าสัตว์ เช่นพ้อยเตอร์หรือ รีทีฟเวอร์ ได้ถูพัฒนาในครั้งแรกเพื่อให้ทำงาน 12 ชั่วโมง/ วันในสนาม สุนัขเหล่านี้จะไม่สุขสบายหรือจะไม่มีสุขภาพที่สมบูรณ์เต็มที่ หากไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ สัตว์แพทย์จะแนะนำคุณในเรื่องนี้นอกจากนี้ยังมีหนัสือดีๆอีกมากมายที่เขียนเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์ต่างๆ คุณสามารถเรียกรู้ว่าลูกสุนัขของคุณควรจะออกกำลังกายแบไหนจึงจะเหมาะสมจากสัตว์แพทย์หรือจากหนังสือข้างต้น วิธีการออกกำลังกาที่ดีประกอบด้วยการวิ่ง กระโดด ว่ายน้ำ การค้นหาและคาบสิ่งของ สุนัขต้องออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยที่สุดควรนำสุนัขของคุณออกเดินเล่นในระยะสั้นๆ

      การตรวจสอบสุนัขอย่างสม่ำเสมอ

    คุณควรตรวจสอบสุนัขด้วยตัวคุณเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ทำให้ลูกสุนัขเคยชินที่จะจับต้อง เขาควรจะได้รับการลูบคล่ำดูแลรักษาขน และตรวจสอบตลอดทั้งตัวท่ถือเป็นกิจวัตรประจำวัน ทุกสัปดาห์ หรือนานกว่านั้นเล็กน้อย ควรตรวจสอบตา หู ปาก อุ้งเท้า และเล็บของลูกสุนัขอย่างละเอียด ซึงก็เสียเวลาไม่มากมายอะไร และเป็นสิ่งที่คุ้มค่า ถ้าหากเจอปัญหา ตั้งแต่แรกเริ่มก่อนที่จะเป็นมาก หากพบอะไรผิดปกติ ควรที่จะปรึกษาสัตว์แพทย์ของคุณ

      ตา

    ตรวจสอบดูตาของลูกสุนัขว่าแดงหรืออักเสบหรือไม่ ตาลืมได้ครึ่งๆกลางๆ น้ำตาไหลมาก หรือกระจกตามีสีผิดปกติ ลูกสุนัขถ้าตาหากเกิดการติดเชื้อก็จะขยี้ตา ดังนั้นถ้าหากคุณพบว่าเขาขยี้ตาบ่อยๆ ก็ควรสังเกตุดูอย่างใกล้ชิด คุณสามารถช่วยป้องกันปัญหาโดยหมั่นทำความสะอาด โดยใช้สำลีก้อนที่สะอาดชุปน้ำอุ่นเช็ดรอบๆตาแต่ละข้าง

     หู

    ตรวจสอบว่ามีสิ่งที่ถูกขับออกมา หรือมีขี้หูมากผิดปกติ และหรือมีกลิ่นเหม็ ถ้าสิ่งเหล่านี้ก่อความรำคาญให้เขา ลูกสุนัขจะข่วนหรือสะบัดศีรษะอย่างรุนแรง ลองสังเกตุดู หูที่ปกติจะมีสีชมพู และสะอาดปราศจากกลิ่นที่น่ารังเกียจ ถ้าลูกสุนัขของคุณไม่เป็นอย่างที่ว่าให้ปรึกษาสัตว์แพทย์ของคุณ เพื่อช่วยให้หูของสุนัขมีสุขภาพที่ดีให้ใช้ก้อนสำลีจุ่มน้ำยาไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ แล้วทำความสะอาดหูส่วนนอกอย่างนุ่มนวล แต่อย่าแหย่เข้าไปในรูหูในสุนัขที่มีใบหูปิดอยู่ตลอดเวลา เพราะสุนัขเหล่านี่จะเกิดการติดเชื้อได้ง่าย

     เหงือกและฟัน

    ฟันน้ำนมของลูกสุนัขจะหลุดร่วงไปเมื่ออายุ 4-6 เดือน อันเป็นเวลาที่ฟันแท้จะขึ้นแทนที่ เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณพบเห็นฟันของลูกสุนัขร่วงหล่นอยู่บนพื้น หรือฝัวอยู่ในของเล่นสำหรับขบเคี้ยว ให้นำฟันนั้นไปทิ้งเพื่อกันไมให้ลูกสุนัขกินเข้าไป ให้ตรวจสอบว่าปากเขาเจ็บหรือไม่ และมีอะไรติดอยู่ระหว่างฟันหรือเปล่าหลังจากฟันแท้ขึ้นแล้ว  ลองสังเกตุดูว่าสีของฟันเปลี่ยนแปลงไปหรือมีฟันผุบ้างไหมฟันบิ่นหรือโยกคลอนหรือเปล่า เหงือกอักเสบหรือหดสั้นขึ้นหรือเปล่า ถ้าหากเหงือกมีสีซีดผิดปกติย่อมเป็นสัญญาณบอกว่าสุขภาพเริ่มไม่ดี ช่วยให้การงอกของฟันง่ายขึ้นโดยให้ขบเคี้ยวกระดูกเทียมหรือลูกบอลยาง ถ้าหากคุณไม่จัดหาสิ่งเหล่านี้ให้ เขาจะหาสิ่งอื่นขบเคี้ยวแทน เมื่อฟันแท้งอกออกมา ควรรักษาให้แข็งแรงโดยแปรงด้วยแปรงสีฟันเป็นระยะๆ ต้องระวังอย่างมากที่จะไม่ทำให้เหงือกของสุนัขเจ็บ มิฉะนั้นแล้วเขาจะเกิดอาการหวาดกลัว ที่จะให้คุณหรือสัตว์แพทย์ทำความสะอาดฟัน ให้โปรตีนชนิดแข็ง เช่นขนมปังกรอบสำหรับสุนัข จะช่วยลดการเกิดของหินปูนตามไรฟัน

    อุ้งเท้า

   ถ้าหากลูกสุนัขเลียอุ้งเท้าบ่อยๆ ลองตรวจหาบาดแผล และต้องแน่ใจว่าไม่มีอะไรทิ่มแทงอุ้งเท้าหรือในขนที่อยู่รอบๆอุ้งเท้า หากไม่พบบาดแผลที่ชัดเจน ให้ค่อยๆคลำขาจากด้านล่างไปหาด้านบนอย่างช้าๆ แล้วบีบแต่ละส่วนอย่างเบาๆ ลูกสุนัขของคุณอาจเกิดการบาดเจ็บจากข้างใน ถ้าเป็นจริงให้ปรึกษาสัตว์แพทย์ของคุณ รักษาอุ้งเท้าของลูกสุนัขให้สะอาด กำจัดเมล็ดหญ้า หนาม หรือ สิ่งแปลกปลอมที่ทิ่มแทงเข้าไปในอุ้งเท้าหรืออยู่รอบๆ ถ้าหากจำเป็นต้องกำจัดบางสิ่งบางอย่างออกจากขนที่อยู่ระหว่างอุ้งเท้าหรืออยู่รอบๆ ควรใช้กรรไกรปลายทู่และต้องระวังอย่าไปตัดเอาพังผืดที่อยู่ระหว่างอุ้งเท้า

    เล็บ

    ให้ตัดเล็บลูกสุนัขบ่อยๆ เมื่อไรก็ตามที่ได้ยินเสียงกระทบกับพื้นเวลาลูกสุนัขเดินย่อมแสดงว่าถึงเวลาที่จะตัดเล็บแล้ว ถ้าปล่อยให้เล็บยาวเกินไป เล็บจะฉีกและทำให้เกิดความเจ็บปวด ใช้กรรไกรตัดเล็บสุนัขจะดีกว่าใช้กรรไกรตัดเล็บทั่วไปให้จับอุ้งเท้าให้แน่นแล้วค่อยๆ ตัดทีละน้อย อย่าพยายามตัดเล็บครั้งเดียวให้เสร็จ เพราะอาจทำให้ลูกสุนัขเกิดความเจ็บปวด  ระวังอย่าตัดลึกถึงจุดที่มีปลายประสาท ถ้าตัดลึกเกินไปโดยไต้งใจ จะมีเลือดไหลอกมา ให้ใช้แป้งเด็กหรือแป้งเพื่อช่วยให้เลือดหยุดไหล ถ้าคุณไม่เคยคิดตัดเล็บลูกสุนัขมาก่อนควรให้สัตวแพทย์หรือช่างตัดขนสุนัขแสดงวิธีตัดให้ดูเป็นตัวอย่าง

    การสังเกตอาการเจ็บป่วย

    เจ้าของสุนัขจำนวนมากที่สามารถล่วงรู้ว่าสุนัขของเขาไม่สบาย แต่ถ้าเป็นลูกสุนัขที่มีบุคลิกและอารมณ์ที่ยังคาดเดาอะไรไม่ได้ ก็อาจยากที่จะเห็นสิ่งผิดปกติให้สังเกตอาการเจ็บป่วยที่กล่าวถึงที่ผ่านมาภายใต้หัวข้อการตรวจสุนัขอย่างสม่ำเสมอ และสิ่งบอกเหตุดังต่อไปนี้

     สิ่งบอกเหตุ   เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลดโดยกระทันหัน

      อาการ   น้ำหนักตัวลดอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

     เจ็บป่วย   เกียจคร้านหรือไม่เต็มใจที่จะออกกำลังกาย กระหายน้ำอย่างมาก ปัสวะมากหรือน้อยกว่าปกติ อุจจาระมีเลือดหรือเหลว ท้องเสีย อาเจียนตลอดเวลา น้ำลายไหลมากผิดปกติ หรือหายใจไม่ปกติ ขนด้านไม่เปนมัน

       เมื่อพบเห็นอาการอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น ให้คอยเฝ้าสังเกตอาการดังกล่าวว่าดำเนินต่อไปต่อเนื่องหรือเปล่า  ถ้าพบว่าสุนัขไม่กินอาหารสักมื้อหนึ่งก็ได้หมายความว่าสุนัขจะเบื่ออาหาร จึงอย่าตกใจกลัวจนตัวสั่น เพียงแต่ให้ระวังถ้าสงสัยว่าลูกสุนัขจะไม่สบายก็วัดอุณหภูมิของเขา ให้ทาปลายปรอทวัดไข้ชนิดหนึ่งเสียบเข้าทางทวารหนักด้วยน้ำมันหล่อลื่น แล้วค่อยๆดันให้ปรอทเข้าไปในทวารราว 1/3 ของปรอทวัดไข้ ปล่อยให้ปรอทอยู่ในทวาราว 2 นาที ควรระวังในสุนัขบางตัวจะเกิดความตึงเครียดมากและอาจดูดปรอทวัดไข้เข้าไปในทวารได้ทั้งอัน อุณหภูมิของร่างกายที่ปกติจะอยู่ระหว่าง 100-102 องศาฟาเรนไฮด์ หรือ 38-39 องศาเซลเซียส ถ้าวัดไข้ได้สูงหรือต่ำกว่าปกติ ควรต้องรายงานให้สัตวแพทย์ทราบ

     

          

         



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


เล็บของลูกสุนัขพันธุ์ปอมเล็บมันค่มหรือเปล่าค่ะเเละฟันเเหลมไหมค่ะถามไว้เพื่อเวลาน้องเล่นจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวนะค่ะ

#3 โดย โบนัส
เมื่อ 2011-11-07 19:26:18

ปอมเมอเรเดียน มันน่ารักจิงๆหรอ ถ้าซื้อมาแร้วโดนหลอกละคะ

55555555

#2 โดย วิชายุ
เมื่อ 2010-09-05 20:17:24

น้องหมาเราป่วยชื่อน้อง มาเฟีย กับเลดี้ช่วยหน่อยถ้ามีคําตอบนะจนปัญเเล้วละ

#1 โดย มาเฟีย เเอน น้องเ
เมื่อ 2010-05-23 18:22:52