Natural Snacks อร่อยควบคู่สุขภาพ

  โพสเมื่อ 2011-05-27 15:32:03 โดย ouryunja


เมื่อ พูดถึงของขบเคี้ยว หรือ Snacks คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่เคยกิน ในขณะที่อีกหลายคนอาจจะชื่นชอบและกินกันเพลินปากจนละเลยอาหารมื้อหลักของวัน ไปเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและวัยรุ่นมักชื่นชอบในรสชาติเป็นพิเศษจนในบางประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกานั้น นักวิจัยทั้งหลายได้ออกมาระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กชาวอเมริกันเป็นโรคอ้วน นอกจากจังก์ฟู้ดแล้วก็ยังเนื่องจากการกินของขบเคี้ยวที่มีแคลอรีสูงมากเกิน ไปนั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วส่วนประกอบหลักของอาหารเหล่านี้เป็นแป้ง น้ำตาล ไขมัน โซเดียม และเครื่องปรุงแต่งรสต่างๆ ที่มีปริมาณสูง ซึ่งถ้าเราบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปหรือเป็นประจำจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะ “ ความอ้วน ” และอีกสารพัดโรคที่จะเป็นผลพวงตามมา

ปัจจุบัน นี้มีของขบเคี้ยวจากธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสุขภาพให้เลือกบริโภคมากมายทั้ง จากในประเทศเราและนำเข้าจากต่างประเทศแบบสำเร็จรูปพร้อมให้เพลินรสเพลินลิ้น กินกันได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นภัยต่อสุขภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่มีรสชาติดีเท่านั้น ยังมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและอารมณ์ให้ สดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกด้วย

ของขบเคี้ยวจากธรรมชาติซึ่ง ได้แก่ เมล็ดธัญพืช ผลไม้อบแห้ง และถั่วต่างๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นตาอยู่ในชีวิตประจำวันแต่กลับมองข้ามประโยชน์ที่มาก ด้วยรสชาติความอร่อยไปอย่างน่าเสียดาย หากเป็นพวกเมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดข้าวโพด ฯลฯ จากงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นขององค์กรและสถาบันเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ ระบุว่า ในเมล็ดฟักทองนั้นเต็มไปด้วยธาตุเหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม และแมกกานีส อีกทั้งยังมีแคลเซียม โพแทสเซียม สังกะสี ไนอะซิน และกรดไลโนเลอิก ซึ่งสารดังกล่างนี้ช่วยเสริมสร้างหลอดเลือดให้แข็งแรงและป้องกันการเกิดโรค หัวใจ ส่วนเมล็ดดอกทานตะวันนั้นก็เป็นแหล่งสำคัญของไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งมีประโยชน์ ต่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีเซเลเนียมและวิตามินอี ของกินเล่นสองชนิดแรกนี้กินแบบดิบๆ ก็ได้ แต่รสชาติอาจไม่ดีเท่ากับแบบอบแห้งบรรจุซองขายสำเร็จรูปทั่วไป ซึ่งมีทั้งแบบรสธรรมชาติและปรุงรสความอร่อยเพิ่มด้วยเกลือเล็กน้อย หรือถูกปากถูกใจเด็กและวัยรุ่นขึ้นมาอีกหน่อยก็ด้วยการอบเนยเคลือบน้ำผึ้ง เคลือบคาราเมลหรือช็อกโกแลต เพื่อให้ได้รสชาติหวานหอม อร่อย ชวนกินมากขึ้น แต่ถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพที่สุดควรกินรสชาติจากเนื้อแท้ตามธรรมชาติดีกว่า

สำหรับ ประเภทผลไม้อบแห้ง ไม่ว่าจะเป็นกล้วยตาก มะละกอ สับปะรด สเตอร์วเบอร์รี่ ลูกท้อ พุทรา มะม่วง หรือผลไม้จากต่างประเทศ เช่น แอปริคอต เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ลูกพรุน ลูกฟิก แอปเปิล และพีช นับเป็นสแน็กส์ที่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่ต่างจากผลไม้สดมากนัก เนื่องจากวิธีการทำให้เนื้อผลไม้แห้งด้วยการใช้ความร้อนจากแสงแดด แรงลมธรรมชาติ หรือไม่ก็เป่าด้วยลมร้อนที่ทำให้เกิดการระเหยของน้ำออกไปประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ นั้นส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางโภชนาการน้อยมากเมื่อผลไม้แห้งได้ที่จึงให้รส ชาติความหวานจากน้ำตาลธรรมชาติ (กลูโคสและฟรักโทส)ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ช่วยเสริมพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยรวมแล้วในแง่ของคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากผลไม้อบแห้งจะอุดมไปด้วยวิตามิน เอ, บี 1, บี 2, บี3, บี 6 และกรดแพนโทเธนิก อีกทั้งเป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และทองแดง แล้ว ยังมากด้วยเส้นใยอาหารที่จะทำให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายทำงานได้ดี

สำหรับ ประเภทถั่ว ถั่วมีอยู่มากมายหลายชนิด ได้แก่ วอลนัต บราซิลนัต เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิสตาซิโอ แมกคาเดเมีย และเฮเซลนัต ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านกรรมวิธีการอบแห้ง หรือไม่ก็คั่วให้สุก บรรจุถุงสำเร็จรูปขายเป็นของกินเล่นสำหรับทุกวัยถั่วให้พลังงานสูง เป็นแหล่งรวมโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เซเลเนียม ทองแดง สังกะสี และไขมันที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมกา - 3 ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ว่ากันว่าถั่วเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่บริโภคแล้วไม่ทำให้อ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะถั่วเป็นทางเลือกที่สามารถทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้

ได้รับ รู้คุณประโยชน์มากมายของผลิตผลจากธรรมชาติกันแล้ว คอขบเคี้ยวทั้งหลายจะเปลี่ยนใจจากขนมกรุบกรอบปรุงแต่งรสมาสัมผัสด้วยเนื้อ แท้จากธรรมชาติก็จะดีไม่น้อย



ที่มา : หนังสือกูร์เมท์ แอนด์ ควีซีน

 



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น