พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ ตอน วิธีเป็นเศรษฐี

  โพสเมื่อ 2009-10-06 01:44:17 โดย papamama

 ในเมืองพาราณสี ยังมีเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะมีทรัพย์สมบัติมากมหาศาลแล้ว เขายังเป็นผู้ฉลาดรอบรู้ในเรื่องนิมิตดีร้าย และฤกษ์ล่างฤกษ์บนเป็นอย่างดีอีกด้วย

วันหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินกับคนใช้ และขณะที่เดินมาระหว่างทาง ได้พบหนูตายตัวหนึ่งที่ข้างถนนจึงตรวจดูฤกษ์พานาที แล้วบอกกับคนใช้ว่า

“นี่พ่อหนุ่ม หนูตัวนี้ถ้าใครเอาไปขาย ก็จะได้เป็นเศรษฐีในไม่ช้า”

“จริงหรือขอรับ?” คนใช้หนุ่มย้อนถามอย่างนอบน้อม

เศรษฐีพยักหน้า พลางตอบด้วยเสียงหนักแน่นว่า

“จริงเสียยิ่งกว่าจริงอีก พ่อหนุ่มเอ๋ย! เจ้าจะลองดูก็ได้”

ด้วยความอยากรู้และอยากทดลอง ประกอบกับความอยากเป็นเศรษฐีกับเขาบ้าง จะได้ไม่ต้องมาย่ำต๊อกคอยติดตามเอาอกเอาใจเจ้านายอยู่อย่างนี้นั่นเอง ทำให้เจ้าหนุ่มคนใช้ของท่านเศรษฐีจัดแจงเอาหนูตัวนั้นไปขายให้กับคนเลี้ยวแมว ซึ่งเขารู้จักดี

“เอ็งจะขายเท่าไรวะ?” คนเลี้ยงแมวถาม “ความจริงหนูตายนี่แมวข้าไม่ค่อยชอบนักหรอก มันชอบหนูเป็นๆ แต่ไม่เป็นไร เอ็งอุตส่าห์เอามาข้าก็จะรับซื้อไว้ว่าแต่อย่าให้แพงนักก็แล้วกัน”

“สุดแต่ท่านจะให้เถอะ” เจ้าหนุ่มว่า “ฉันเองมิใช่นักขายหนูหรอก พ่อลุง แต่เห็นท่านเศรษฐีบอกว่าถ้าใครเอาหนูตัวนี้ไปขายได้ จะได้เป็นเศรษฐีในไม่ช้า ฉันก็อยากทดลอง เผื่อจะได้เป็นเศรษฐีกับเขาบ้าง”

“ฮะ ฮะ เจ้าหนุ่ม เอ็งก็เชื่อคนง่ายมิใช่เล่นเหมือนกันนะ” คนเลี้ยงแมวหัวเราะลั่นออกมาราวกับขบขันเสียเต็มประดา “เอาละ! เผื่อเอ็งจะได้เป็นเศรษฐี ข้าให้เอ็งกากณึกหนึ่งก็แล้วกัน เอา....รับไปเสีย แล้ววันหลังถ้าได้เป็นเศรษฐีอย่าลืมข้านะ เจ้าหนุ่ม”

เขายื่นมือไปรับเงิน พลางยกมือไหว้

“ขอบพระคุณท่านมาก เอาเถอะ ถ้าฉันได้เป็นเศรษฐีแล้ว จะมาตอบแทนบุญคุณท่านให้ถึงใจทีเดียวฉันลาละ”

“เออ! โชคดีวะ”

คนเลี้ยงแมวตอบ พร้อมกับหัวเราะไล่หลังไปในที่สุด

ความจริง เงินกากณึกหนึ่ง หากจะเทียบกับเงินไทยสมัยก่อนของเราก็เท่ากับไพหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเป็นเศรษฐีให้เสียเวลา แม้แต่จะซื้อข้าวกินให้อิ่มท้องก็ดูว่าลำบากเต็มทนแล้ว ถ้าเช่นนั้นเศรษฐีพูดทำไมว่าจะได้เป็นเศรษฐี? หมายความว่า พูดสนุกๆ เล่นกระนั้นหรือ?

ขอให้เรามาดูกันต่อไป

เมื่อได้เงินกากณึกหนึ่งมาแล้ว เจ้าหนุ่มของเราหัวดีมิใช่ย่อย เขาเอาเงินจำนวนนั้นไปซื้อน้ำอ้อยไปแจกคนเก็บดอกไม้หลวง ซึ่งจะกลับมาจากสวนดอกไม้ในตอนเย็น

และเข้าใจว่า คนพวกนี้คงชอบกินน้ำอ้อยมิใช่เล่นเหมือนกัน จึงเมื่อได้รับแจกน้ำอ่อยดังนั้น ก็ชอบอกชอบใจ เอาดอกไม้มาตอบแทนเขาคนละดอกสองดอกและเขาก็เอาดอกไม้นั้นไปขาย พอได้เงินก็ซื้อน้ำอ้อยมาแจกคนพวกนั้นต่อไป แล้วก็ได้รับดอกไม้ตอบแทนอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จนเขาได้ดอกไม้มาก และขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นโดยลำดับ

ต่อมาวันหนึ่ง ลมพายุใหญ่พัดต้นไม้ในสวนหลวงโค่นลงเป็นอันมาก เจ้าหนุ่มของเราได้เข้าไปขออนุญาตคนเฝ้าสวนขนมาทำฟืน ซึ่งคนเฝ้าสวนตามปกติก็ขี้เกียจอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาช่วยเก็บช่วยขนให้ ก็รีบอนุญาตทันที เจ้าหนุ่มจัดแจงซื้อน้ำอ้อยแจกเด็กเลี้ยงวัดหลายร้อยคนขอแรงให้มาช่วยขนฟืน ออกจากสวนหลวงไปกองไว้ข้างนอก แล้วบอกขายให้กับช่างทำหม้อ ซึ่งปรากฏว่าช่างทำหม้อรับซื้อจนหมดสิ้น และในการขายฟืนครั้งนี้ เขาได้เงินจำนวนไม่น้อยทีเดียว

ต่อมาอีก เขาได้ทราบข่าวว่า พ่อค้าม้าจะเอาม้ามาขายที่เมืองนั้น จึงไปเที่ยวกว้านซื้อหญ้าไว้ขายให้กับพ่อค้าม้า

ถูกละ! ครั้งนี้เขาก็ได้เงินไม่น้อยเหมือนกัน จากต้นทุนขายหนูเพียงกากณึกหนึ่งเดียวบัดนี้ เขามีเงินหลายพันแล้ว

และเมื่อเขามีเงินอยู่ในประเป๋าจำนวนมากขึ้นเช่นนั้น เจ้าหนุ่มของเราก็มิได้นิ่งนอนใจ คราวนี้ไปเหมาสินค้าในเรือสำเภาร้อยลำ โดยวางเงินมัดจำเพียงพันเดียวแล้วขายส่งให้พ่อค้าคนอื่นต่อไปอีก ได้กำไรถึงสองแสน

“โอ้โฮ! เราได้เงินแยะขนาดนี้เชียวเรอะ? เขาร้องถามตัวเองอย่างไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ “นี่เพราะหนูตัวเดียวแท้ๆ”

เพื่อเป็นการตอบแทน พระคุณที่ได้ชี้บอกทางให้เจ้าหนุ่มของเราได้เอาเงินจำนวนแสนหนึ่งไปมอบให้เศรษฐีผู้เป็นนาย พร้อมทั้งเล่าเรื่องหมดให้ฟัง

“แหม! เจ้าเก่งมาก พ่อหนุ่ม” เศรษฐีเอ่ยปากชม ด้วยความชอบอกชอบใจ “เอาละ เพื่อตอบแทนความเก่งของเจ้า เราจะยกลูกสาวของเราให้แต่งงานกับเจ้า”

“เป็นพระคุณแก่คนยากอย่างผมขอรับ นายท่าน” เจ้าหนุ่มก้มลงกราบแทบเท้าเศรษฐีอย่างซาบซึ้ง แต่ผมคิดว่า “เอ้อ”

“ไม่ต้องคิดอะไรให้มากหรอก” เศรษฐีตัดบท “ข้าชอบใจเจ้ามาก ที่เจ้ามองเห็นคุณค่าแห่งเงิน และรู้จักหาเงินให้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับอย่างนี้ เจ้าสมควรอย่างยิ่งแล้วที่จะเป็นเศรษฐีปกครองสมบัติแทนข้า”

ครั้นแล้ว ในวันรุ่งขึ้น เศรษฐีก็จัดพิธีวิวาห์ระหว่างคนใช้หนุ่มกับลูกสาวของท่านอย่างสมเกียรติ

เป็นอันว่า เจ้าหนุ่มของเราได้มีความสุขนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และเมื่อเศรษฐีตายไป เขาก็ได้รับตำแหน่งเศรษฐีปกครองทรัพย์สมบัติแทนต่อไป สมดังคำทำนายของพ่อตาทุกประการ

คติที่ควรจะได้จากเรื่องนี้ มิใช่ให้ท่านเอาหนูตายไปขายหรอก แต่ให้ท่านเห็นว่า คนมีปัญญานั้น ย่อมสามารถตั้งตัวได้แม้ด้วยเงินเพียงไพเดียว และด้วยความฉลาดหลักแหลมของเขาแท้ๆ แล้วท่านละ ขณะนี้มีเงินอยู่กับตัวเท่าไร? ลองคิดดูซิว่า ท่านจะทำอย่างไร เงินที่มีอยู่นี้จึงจะงอกเงยขึ้นมาเป็นหมื่นเป็นแสนบ้าง?

และถึงยังไงคงมิใช่นำไปแทง “หวย” นะท่าน?

ที่มา เว็บพลังจิต



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น