^^ผักริมรั้วเอื้ออาทร^^

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:28:07 โดย pozz6428

                             

                    ผักริมรั้วเอื้ออาทร

                                                        images5.jpg


  ความเอื้ออาทรของพืชผักสมุนไพร ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายการตลาดหรือการเมืองของฝ่ายไหน แต่เมื่ออ่านแล้วเข้าตาและสมองของท่านผู้นำฝ่ายใดจะนำไปใช้ก็ไม่หวงห้าม เพราะคือประโยชน์ของมหาชน

ผักริมรั้วนั้นเอื้ออาทรให้แก่ชีวิต เป็นทั้งอาหารและยาสมุนไพร ความเอื้ออาทรของผักที่งอกงามในฤดูฝนเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะระบบซีอีโอของใครอีกเช่นกัน แต่เพราะดินชุ่มน้ำ ฟ้าฉ่ำฝน ต่างหากที่อาทรให้พืชพันธุ์งอกงามและให้ความเกื้อกูลแก่มนุษย์

ผักริมรั้วซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเป็นผักพื้นบ้านด้วยนั้น บางทีก็ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็สามารถนำพันธุ์มาปลูกให้สวยงามและใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน ที่สำคัญยิ่งสำหรับสุขภาพ คือ ผักริมรั้วที่เราปลูกเอง จะเป็นผักปลอดสารพิษของแท้ เพราะผักพวกนี้ไม่ต้องใช้สารเคมีฉีดทำร้ายทั้งสัตว์และคน

ชะอม ผักริมรั้วคุ้นตาที่สุดก็ว่าได้ หากเดินไปในหมู่บ้านแทบทุกภาคก็จะพบชะอม ไม้พุ่มขนาดย่อมขึ้นเป็นแนวรั้วอย่างดี เพราะกิ่งก้านมีหนามคอยระวังผู้ประสงค์ร้ายเข้าเขตบ้านได้ ถ้าปักกิ่งชำในต้นฝน ชะอมจะแตกช่อออกยอดอ่อนขึ้นเต็มแนวรั้วอย่างรวดเร็ว ทั้งอวบและสวยงามด้วย

ชะอม จัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีโปรตีนมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะใน ๑๐๐ กรัม มีโปรตีน ๙.๕ กรัม เบต้าแคโรทีน ๒๗๙.๘๖ RE วิตามินซี ๖๕ กรัม และมีใยอาหาร ๓.๙ กรัม

ใบอ่อนและยอดอ่อนชะอม นำมาลวกกินกับน้ำพริก และที่เป็นเมนูฮิตติดใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ คือ ชะอมชุบไข่ทอด ซึ่งเป็นอาหารที่ทำให้เบต้าแคโรทีนออกฤทธิ์ได้อย่างดี เนื่องจากเบต้าแคโรทีนจำเป็นต้องอาศัยไขมันในการทำหน้าที่ ชะอมทอดกับไข่จึงเป็นอาหารสุขภาพแบบไทยๆ ที่น่าทึ่ง

ในทางยาสมุนไพร แม้จะมีการใช้ชะอมอยู่ไม่มากนัก แต่ก็มีการนำเอารากชะอมมาฝนน้ำเป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลำในลำไส้ได้

กระถิน เป็นผักรั้วบ้านอีกต้นหนึ่งไม่เป็นรองชะอม ปลูกง่าย ทนแล้งได้ดี เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมเช่นกัน กระถินจะแน่กว่าชะอมด้วยซ้ำในเรื่องกลิ่น ดังเพลงในอดีตที่ว่า หอมเอยหอมดอกกระถิน และยิ่งเป็นกระถินเทศหรือกระถินในพันธุ์อื่นๆ เช่นกระถินที่ประเทศฝรั่งเศสตอนใต้ เขาเอาดอกมาทำน้ำหอมด้วยซ้ำ กระถินเทศในเมืองไทยก็มีกลิ่นหอมอ่อนเช่นกัน ผิดกับชะอมกลิ่นออกจะเหม็นเขียวอยู่บ้างสำหรับใครบางคน

แต่ถ้าดูแบบคุณค่าโภชนาการก็มีเด่นมีรองต่างกัน กระถิน ๑๐๐ กรัม มีโปรตีน ๘.๔ กรัม(เป็นรองนิดหน่อย) ส่วนเบต้าแคโรทีนก็ไม่น้อยหน้า ที่สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการวิเคราะห์พบว่า ยอดกระถิน ๑ กำมือ(ขีดครึ่ง) มีเบต้าแคโรทีน ๒๓๐.๓๐ RE ซึ่งมากกว่ากะหล่ำปลีถึง ๖๐ เท่า เมนูกระถินจึงเป็นหนึ่งในอาหารที่น่ากิน

แต่ไม่ส่งเสริมให้กินแบบตะบี้ตะบัน วันละ ๓ มื้อ ทุกๆ วัน เพราะผักชนิดอื่นก็มีดีแตกต่างไป เช่นกระหล่ำมีวิตามินซีมากกว่ากระถิน แม้ว่ากระถินจะมีธาตุเหล็กและแคลเซียมอยู่สูงก็ตาม แต่ผักพื้นบ้านไทยซึ่งมีหลากหลายนั้นย่อมมีคุณค่าโภชนาการหลากหลายด้วยเช่นกัน

ตามสรรพคุณยาแต่โบราณ กระถินไทย ใช้รากมาปรุงเป็นยาอายุวัฒนะและขับลม ส่วนแพทย์พื้นบ้านบอกว่า ดอกใช้เป็นยาบำรุงตับ ส่วนในตำรับยาที่กล่าวถึงกระถินเทศ ใช้เปลือกจากลำต้น ซึ่งมีรสฝาด นำมาต้มน้ำกินแก้ท้องเสียได้ หรือใช้น้ำต้มจากเปลือกมาล้างแผล (เปลือกกระถินไทยก็ใช้ได้เช่นกัน)

บวบ เป็นพืชเถายาว ตระกูลร่วมญาติกับแตงทั้งหลาย เหมาะปลูกไว้ให้เกาะตามขอบรั้ว ปลูกเพียง ๒ เดือน ได้ชมเชยดอกสีเหลืองและได้ผลกินจนหนำใจ เพราะออกลูกดกมาก ไม่ว่าจะเป็นบวบหอม บวบเหลี่ยม และบวบงู

บวบอาจเป็นผักที่ไม่โดดเด่นด้านวิตามิน แต่มีแร่ธาตุที่สำคัญเช่นในบวบเหลี่ยม ๑๐๐ กรัมมี ฟอสฟอรัส ๒๔ กรัม และมีใยอาหารมาก ที่สำคัญคือบวบเป็นพืชที่มีน้ำมากจึงให้พลังงานต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

ในฤดูฝนเช่นนี้จะมีบวบออกสู่ตลาดมาก ราคาถูก ควรเลือกบวบอ่อนรสอร่อยมากิน ถ้าจะกินแบบต้มควรต้มทั้งเปลือก เพื่อคงคุณค่าอาหารไว้ให้มากที่สุด ถ้ากินกับน้ำพริกให้เลือกลูกขนาดเล็กๆ ต้มทั้งลูกกินกับน้ำพริกอร่อยถึงใจ

ด้านยาสมุนไพร ผลบวบมีคุณสมบัติเย็น รสหวาน สรรพคุณดับร้อนถอนพิษได้ อันที่จริงบวบเป็นอาหารสมุนไพรที่เหมาะกับฤดูร้อน กินแล้วชุ่มคอ ช่วยขับร้อนได้ดี แต่ถ้าใครที่ชอบร้อนในบ่อยๆ ซึ่งมักมีอาการ เจ็บคอ คอแห้ง ท้องผูก หากได้กินบวบต้มก็จะบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดี หรือใช้บวบอ่อนคั้นน้ำ ดื่มครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละ ๒-๓ ครั้ง และผสมน้ำกลั้วคอ ใช้แก้อาการเจ็บคอได้

ชาวจีนดูจะคุ้นเคยการใช้บวบเป็นยามากกว่า เช่น แก้ไอ ใช้เมล็ดบวบ อบแห้งบดเป็นผง กินครั้งละ ๙ กรัม วันละ ๓ ครั้ง หรือคั้นน้ำจากเถาบวบ ครั้งละ ๒-๓ ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นกิน วันละ ๓ เวลา หรือใช้เป็นยาภายนอก ใช้ใบบวบคั้นเอาน้ำทาแก้ผดผื่นคันได้เช่นกัน

ผักริมรั้วเพียง ๓ ชนิด เป็นตัวอย่างอันน้อยนิดของผักริมรั้วเอื้ออาทรอีกนับร้อย ที่ให้คุณค่าทั้งอาหารและยาดีๆ แก่สังคมไทย ในอนาคตเราอาจได้พบเมนูทำนอง ๑ เมนูผัก ๑ สรรพคุณยาดีก็เป็นได้ และถ้าแปรความคิดเป็นการส่งเสริมการใช้อย่างจริงจังทั่วประเทศ เราคงได้กิน

เมนูผักธาตุเหล็กสูง เช่น ผักกูด ผักแว่น ใบแมงลัก ใบกะเพรา ขมิ้นขาว ดอกโสน ฯลฯ หรือผักเมนูแคลเซียม เหมาะกับสตรีไทยสูงวัยอย่างยิ่ง เช่น ใบยอ ใบชะพลู ใบแพว ยอดแค ยอดมะกอก กระถิน กระเฉด ฯลฯ และเมนูเบต้าแคโรทีน เช่น ใบยอ ใบย่านาง ยอดตำลึง ใบบัวบก ผักบุ้ง ฯลฯ

อย่าลืมว่าพืชผักเหล่านี้เกื้อกูลให้แก่ชีวิตเราเสมอ แต่ตัวเราเองเรียนรู้จักการเอื้ออาทรกับตัวเองหรือยัง ด้วยการกินผักพื้นบ้านริมรั้วให้เป็นนิสัยประจำตัว

                                                                 CA8BMBYF.jpg

ที่มา : www.thaihof.org

 



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น