สถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

  โพสเมื่อ 2018-02-14 17:11:20 โดย prdelivery

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไรอัน ไวส์แมน กำลังอยู่ ณ จุดสูงสุดของชีวิต

"ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก ชีวิตผมเข้าที่เข้าทาง ผมดูแลทั้งสุขภาพกายและใจของตนเองอย่างดี ขณะที่ความสัมพันธ์ก็แข็งแกร่ง"

แต่แล้ว ในการตรวจสุขภาพตามปกติระหว่างทำงานให้กับกองทัพสหรัฐในแคลิฟอร์เนีย แพทย์กลับพบว่าเขามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบที่เรียกว่าภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation หรือ A Fib)

"A Fib เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ส่งผลให้ทำงานผิดปกติ กล่าวคือไม่มีการบีบตัว" นายแพทย์อันเดรอา นาตาเล M.D., F.H.R.S., F.A.C.C., F.E.S.C. ผู้อำนวยการบริหาร Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) at St. David's Medical Center กล่าว

คุณไวส์แมนกล่าวว่า "ทันใดนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ผมออกกำลังกายไม่ได้ และอาจมีชีวิตไม่ยืนยาวเท่าที่หวัง ความจริงนี้ทำให้ผมและภรรยาสะเทือนใจมาก"

ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี คุณไวส์แมนเข้ารับการรักษาด้วยการช็อคหัวใจด้วยไฟฟ้า 10 ครั้ง การจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง 4 ครั้ง และการผ่าตัด 1 ครั้ง แต่ทั้งหมดล้มเหลว

"หลังจากที่ผมเข้ารับการจี้หัวใจครั้งที่ 3 แพทย์ผู้ดูแลผมในเดนเวอร์เริ่มหาทางเลือกในการรักษาทั่วประเทศ และสุดท้ายก็แจ้งกับผมว่า "เราทำดีที่สุดแล้วและไม่อยากเสี่ยงอีก เราจะส่งคุณไปให้แพทย์ที่เก่งที่สุดในประเทศ" และพวกเขาก็ส่งผมมาให้นายแพทย์นาตาเล" คุณไวส์แมนกล่าว

นายแพทย์นาตาเล กล่าวว่า "โดยทั่วไปผู้ป่วยภาวะ A Fib จะมีอายุ 50 ปลายๆ หรือ 60 ต้นๆ แต่ไรอันเป็นกรณีพิเศษอย่างชัดเจน โดยโรคนี้สามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้เช่นกัน เมื่อหัวใจห้องบนไม่บีบตัว ความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและภาวะหัวใจวายก็เพิ่มสูงขึ้น"

A Fib เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุด และกำลังส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันหลายล้านคน ภาวะ A Fib จะทำให้เลือดคั่งและแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดในรยางค์หัวใจห้องบนซ้าย และถ้าหากลิ่มเลือดหลุดออกมาก็อาจไหลไปยังสมองและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้"

ราว 20% ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดเกิดขึ้นในผู้ป่วย A Fib นอกจากนี้ โรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วย A Fib มักมีอันตรายถึงชีวิตและเสี่ยงต่อการพิการมากกว่า วิธีการรักษาโดยทั่วไปเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วย A Fib คือการใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin) ซึ่งแม้ว่าจะได้ผล แต่ผู้ป่วยบางรายก็ไม่อาจทนต่อยาได้ในระยะยาว และยังเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากอาการเลือดออกด้วย

ด้วยเหตุนี้ คณะแพทย์จึงได้ตัดสินใจที่จะปิดรยางค์หัวใจห้องบนซ้าย โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า WATCHMAN Left Atrial Appendage Closure (LAAC) Device

การฝังอุปกรณ์ WATCHMAN แบบถาวรจะช่วยปิดรยางค์หัวใจห้องบนซ้ายเพื่อไม่ให้ลิ่มเลือดที่เป็นอันตรายหลุดเข้าไปในกระแสเลือด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และเมื่อเวลาผ่านไป ผู้ป่วยอาจสามารถหยุดใช้ยาละลายลิ่มเลือดได้

นายแพทย์นาตาเลอธิบายการทำงานของ WATCHMAN ว่า "ให้นึกถึงร่มที่ถูกกางออกจนปิดรยางค์หัวใจห้องบนซ้าย"

คุณไวส์แมนกล่าวว่า "ผมมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลงและไม่ต้องใช้ยาละลายลิ่มเลือดอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก ผมสามารถกลับไปวิ่งได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องล้ม และไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาโดนหน้าอก ผมเคยเล่นมุกกับเพื่อนว่า "กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ห้ามโดนหน้าอก ตายได้เลยนะ" มันอาจฟังดูตลก แต่ผมก็มีสิทธิตายจริงๆ ถ้าผมตกบันไดก็อาจไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย"

นายแพทย์นาตาเลกล่าวว่า "คนไข้ทุกรายต่างต้องการหายจากโรค แต่ในกรณีของไรอันเรื่องนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเขามีลูกเล็กๆที่ต้องดูแลและยังต้องหาเลี้ยงครอบครัว ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง"

ปัจจุบัน ไรอัน ไวส์แมน วัย 32 ปี สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

"ตอนนี้ผมรู้สึกดีมาก แต่ก่อนตอนที่มีภาวะ A Fib หัวใจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผมรู้สึกแย่ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกสบายดี ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก"

อุปกรณ์ WATCHMAN ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐในเดือนมีนาคม 2558 ทั้งนี้ สถาบัน TCAI ทำการทดลองทางคลินิกเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของอุปกรณ์นี้ในสหรัฐมานานเกือบทศวรรษแล้ว และถือเป็นสถาบันแห่งแรกในเท็กซัสที่ทำการฝังอุปกรณ์ WATCHMAN ให้กับผู้ป่วยภาวะ A Fib แบบ non-valvular ในปี 2558

สื่อมวลชนติดต่อ:
Erin Ochoa
Elizabeth Christian Public Relations
512-472-9599

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น