การปลูกมะเขือเทศ

  โพสเมื่อ 2009-10-06 00:40:07 โดย primcha

 

ในฤดูหนาวสามารถปลูกมะเขือเทศได้ง่ายที่สุด แต่การบริโภคมะเขือเทศไม่ได้ถูกจำกัดเพียงฤดูเดียว

ดังนั้นจึงมีความพยายามปลูก มะเขือเทศนอกฤดู ในช่วงฤดูร้อนและฤดู

ฝน ซึ่งปัญหาที่สำคัญคือ อุณหภูมิสูงเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนมีนาคม เมษายน

และ พฤษภาคม ทำให้ดอกมะเขือเทศร่วง ไปไม่ติดผล แต่เนื่องจากราคาผลผลิตใน

ช่วงปลายฤดูร้อนค่อนข้างสูง จึงมีเกษตรกรยอมเสี่ยงปลูก การแก้ปัญหาการไม่ติดผล

ของมะเขือเทศที่ปลูกในฤดูร้อนสามารถทำได้หลายวิธี 1. ปลูกมะเขือเทศบนภูเขาสูงปกติ

บนภูเขาสูงจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าในพื้นราบ จึงมีการปลูกมะเขือเทศนอกฤดูกันมาก

เช่น ที่จังหวัด เชียงราย เพชรบูรณ์ เป็นต้น แต่บนภูเขาสูงมักมีปัญหาแหล่งน้ำจำกัด อาจใช้

ปลูกมะเขือเทศได้ไม่ตลอดฤดูปลูก จึงต้องเลือกแหล่งที่มี น้ำสมบูรณ์จริง ๆ

 2. ใช้พันธุ์ทนร้อนร่วมกับการจัดการที่ดี พันธุ์มะเขือเทศทั่วไปจะไม่สามารถติดผลได้ถ้าอุณหภูมิ

กลางคืนสูงกว่า 22 องศาเซลเซียส แต่พันธุ์ทนร้อนสามารถติดผล

ได้แม้ว่าอุณหภูมิกลางคืนสูงกว่า 23 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ดีถ้าอุณหภูมิกลางวันสูงเกินกว่า 35 องศา

เซลเซียส ก็ทำให้มะเขือเทศพันธุ์ทนร้อนติดผลได้ยาก การปลูกมะเขือเทศในฤดูร้อน

นอกจากจะใช้พันธุ์ทนร้อนแล้วจะต้องเอาใจใส่ดูแลรักษาอย่าง ประณีต โดยเฉพาะการให้

น้ำ ทั้งนี้เพราะเมื่ออากาศร้อนและแห้ง ต้นมะเขือเทศต้องการน้ำมากกว่า

ในฤดูปลูกปกติถึง 2 เท่า และการระเหย น้ำจากดินเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงต้องมีการให้น้ำบ่อย

ครั้งขึ้น ถ้าเป็นการให้น้ำแบบฉีดพ่นฝอยควรให้ทุกวันตอนเช้า เพื่อให้ดินและ

อากาศรอบ ๆ แปลงปลูกมีความชื้นพอเพียง และเป็นการลดอุณหภูมิในแปลงปลูกลงด้วย

3. การฉีดพ่นสารฮอร์โมนช่วยเร่งการติดผลและอาหารเสริม

 การใช้ฮอร์โมน 4CPA (chloro phenoxy aceic acid) ความเข้มข้น 25-50 ppm. ช่วยให้เปอร์เซ็นต์

การติดผลของมะเขือเทศเพิ่มขึ้น แต่ก่อนฉีดพ่นฮอร์โมนนี้จะต้องคำนึง

ถึงสภาพของต้นมะเขือเทศว่า มีความแข็งแรง พร้อมที่จะติดผลได้หรือไม่ (โดยสังเกตจากขนาดของ

ก้านช่อดอก ถ้าก้านช่อดอกมีขนาดใหญ่แนวโน้าที่จะติดผลได้มีมากกว่าก้านช่อดอกที่มี ขนาดเล็ก)

และช่วงที่ฉีดพ่นควรเป็นช่วงที่มีปริมาณดอกค่อนข้างมาก สารฮอร์โมน

ชนิดนี้เมื่อฉีดพ่นถูกใบมักทำให้ใบผิดปกติม้วนงอ ใบยอด หดเล็กลง

 (การใช้สารฮอร์โมนช่วยให้ผลติดในมะเขือเทศพันธุ์ผลโต มักใช้พู่กันจุ่มฮอร์โมนป้านตามช่อดอกไม้ให้ถูก

ใบ) ผลที่เติบโตขึ้นเป็นผลที่ ไม่มีเมล็ด และบ่อยครั้งจะพบผลที่มีรูปร่างผิดปกติ

 จึงไม่ควรฉีดพ่นเกินกว่า 2 ครั้ง และควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศไม่ร้อน เช่น ตอนเช้ามืด หรือ

ตอนเย็น อย่างไรก็ดี แม้ว่าสารฮอร์โมนจะช่วยให้เกิดการติดผลได้

 แต่ถ้าสภาพต้นมะเขือเทศไม่สมบูรณ์ก็ไม่สามารถทำให้ผลที่ติดแล้ว เจริญเติบโตต่อไปเป็นผลที่มีรูปร่างปกติ

ได้ จึงอาจจำเป็นต้องฉีดพ่นด้วยอาหารเสริมทางใบ และบำรุงด้วยปุ๋ยทางดินพร้อมกับให้น้ำอย่างทั่วถึง

 ซึ่งเป็นการช่วยให้ต้นมะเขือเทศสมบูรณ์ขึ้น มีอาหารส่งไปยังผลอย่าง

พอเพียง ผลจะเจริญเติบโตเป็นผลที่มีรูปร่างปกติต่อไป

 

credit : http://www.ku.ac.th/e-magazine/may47/agri/tomato.html



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น