สัมผัสมนต์เสน่ห์ของศิลปะการชงกาแฟสุดวิจิตร Latte art ในงาน Thailand coffee fest 2017

  โพสเมื่อ 2017-02-23 16:10:30 โดย prsolution

          ใครว่าศิลปะและการชงกาแฟจะเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันไม่ได้ ขอให้มาลองสัมผัสมนต์เสน่ห์ของรูปแบบการชงกาแฟ ที่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน และชั้นเชิงสุดประณีตอย่าง ลาเต้อาร์ต (Latte Art) ในงาน Thailand coffee fest 2017 ซึ่งครั้งนี้คุณจะได้พบกับเวิร์กช็อปการทำลาเต้อาร์ตจากบาริสต้ามืออาชีพ
ที่จะมาให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการชง หลักการ และองค์ประกอบของลาเต้อาร์ตที่สำคัญทั้งหมด พร้อมให้คุณได้ลองทำลาเต้อาร์ตลายสุดเก๋ด้วยตัวเอง แต่ก่อนถึงวันงาน เราอยากพาคุณมาอุ่นเครื่องด้วยการรู้จักความหมายที่แท้จริงของศิลปะการชงกาแฟลาเต้อาร์ต รวมทั้งลวดลายสุดฮิตกันก่อนดีกว่า
          เมื่อศิลปะและการชงกาแฟมาพบกัน
        นอกจากรสชาติกาแฟที่อร่อยกลมกล่อม ศาสตร์ของลาเต้อาร์ต หรือศิลปะบนฟองนม เป็นเทคนิคที่บาริสต้าทั่วโลกต่างรู้จักกันดี และนำมาใช้เพิ่มสีสันให้กาแฟแก้วโปรดของลูกค้าอย่างแพร่หลาย
        โดยจุดเริ่มต้นครั้งแรกนั้นมาจากอิตาลี ประเทศผู้นำในการบุกเบิกวัฒนธรรมกาแฟ ซึ่งมีการเล่ากันว่าเกิดจากที่บาริสต้าได้เทนมลงในแก้วกาแฟ และบังเอิญเกิดเป็นลวดลายขึ้น ทำให้ต่อมามีการต่อยอดสร้างสรรค์งานศิลปะบนฟองนม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เป็นลวดลายต่างๆ ทั้งแมวน้อยตัวกลมที่นอนอุตุอยู่บนแก้ว รูปหัวใจที่เหมาะกับวันวาเลนไทน์ หรือแม้แต่ลายหงส์ที่สวยวิจิตร ฯลฯ สร้างความประทับใจให้คนรักกาแฟเพลิดเพลินได้ไม่รู้ลืม
           หัวใจของ Latte art
        องค์ประกอบหลักๆ ที่สำคัญในการทำลาเต้อาร์ตคือ ขึ้นตอนการสตรีมนม และการทำ Short espresso ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนต้องใช้เทคนิคและความใส่ใจเป็นอย่างมาก
        โดยในขั้นตอนแรกควรเลือกนมพาสเจอร์ไรซ์แช่เย็นมาใช้สตรีม เพื่อที่จะสามารถสตรีมแล้วเป็นโฟมนมได้เนียนนุ่ม และมีความเงางาม ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการสตรีมนมให้หมุนวนแบบ whirlpool ซึ่งอุณภูมิที่เหมาะสมในการสตรีมนมคือ 50 – 65 องศาเซลเซียส เพื่อให้ความหวานตามธรรมชาติในนมออกมา เพราะในนมจะมีแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติที่จะเปลี่ยนเป็นความหวานเมื่อถูกความร้อนในการสตรีม แต่การสตรีมด้วยความร้อนที่มากเกินไป จะทำให้แลคโตสสลายไป จนนมสูญเสียความหวาน และเกิดฟองที่หยาบ
        องค์ประกอบที่ 2 ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือการทำ Short espresso ถ้าเราสกัดช็อตกาแฟให้ไหลเร็วจนเกินไป จะทำให้กาแฟจืด และไม่มีรสชาติ รวมทั้งสีของกาแฟที่อ่อนจาง เมื่อผสมออกมาจะไม่สวย ดังนั้นการสกัดสกัดช็อตกาแฟที่ดี ควรจะอยู่ที่ระยะเวลา 20 – 30 วินาทีโดยประมาณสำหรับ Short espresso และการไหลควรเป็นเส้นเล็กๆ ไหลช้าๆ เหมือนสายน้ำผึ้ง องค์ประกอบทั้งสองอย่างนี้จะทำลาเต้อาร์ตให้ออกมาสวย และรสชาติดีมากขึ้น


          แนะนำลายลาเต้อาร์ตที่น่าสนใจ

        ลายหัวใจ
        ลายพื้นฐานที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้น โดยหลังจากผสมนมกับกาแฟจนเข้าที่กันแล้ว จะใช้โฟมนมเทลงไปในแก้วให้เป็นก้อน ก่อนจะลากผ่านมาอีกด้านของแก้ว เกิดเป็นรูหัวใจเรียว และสวยงาม

        ลายทิวลิป
        ลายทิวลิปจะใช้เทคนิคการทำลาเต้อาร์ตด้วยการเทนมลงในแก้วเป็นก้อนเล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ ดันขึ้นที่ละชั้นๆ ดูสวยงาม จากนั้นจึงลากผ่านตรงกลางเพื่อจบลาย กลายเป็นดอกทิวลิปดอกสวยอยู่กลางแก้ว

        ลายใบไม้
        หนึ่งในลายลาเต้อาร์ตที่ต้องใช้ทักษะในการเทอย่างมาก โดยจะใช้เทคนิคการส่ายข้อมือซ้าย-ขวา และถอยหลังให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เพื่อสร้างสัดส่วนของใบให้เรียวยาว จากนั้นจึงเทนมลากผ่านตรงกลางให้เหมือนเป็นก้านของใบไม้นั่นเอง

        ลายหงส์
        ลายหงส์มีพื้นฐานที่ต่อยอดความวิจิตรส่วนงามมาจากลายใบไม้ แต่ต่างกันตรงที่การลากผ่าน ตอนจบจะลากผ่านด้านข้างแทนตรงกลาง เพื่อทำเป็นปีกของหงส์ที่สยายออก ก่อนจะเทนมเพิ่มในส่วนของลำตัวและคอของหงส์ จากนั้นจึงจบด้วยการเทหัวใจดวงเล็ก ๆ เพื่อทำเป็นส่วนหัวของหงส์เป็นอันสมบูรณ์
        เซอร์ไพร์สพิเศษ!!!
      เตรียมพบกับลาเต้อาร์ตลายพิเศษในงานนี้ กับ "River of love"  ซึ่งด้านบนเป็นรูปดอกกุหลาบ ตรงกลางเป็น couple swan ส่วนด้านล่างเป็นแม่น้ำ เปรียบเหมือนสายน้ำแห่งรัก คิดค้นขึ้นโดย ‘คุณก่อสวัสดิ์ จันทนา‘ แชมป์ Thailand coffee fest latte art ปี 2016
      ติดตามรายละเอียด Workshop Latte art ในงาน Thailand coffee fest 2017 ได้ที่ Facebook : Thailand Coffee Fest แล้วพบกันในวันที่ 23 - 26 กุมภาพันธ์ 2560 ณ เพลนารีฮอลล์ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น