พืชพันธุ์ของทับทิม...

  โพสเมื่อ 2009-10-06 01:07:56 โดย rockie29

 

พืชพันธุ์ของทับทิม...

 

          ทับทิม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Punica granatum L. ถิ่นกำเนิดมาจากแถบเปอร์เซีย มีการปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ต่อมาในปี พ . ศ . 2525 มูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีการรวบรวมพันธุ์ทับทิมทั้งในและต่างประเทศเพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่มีความเหมาะสมสำหรับบริโภคผลสดและแปรรูป เนื่องจากการปลูกทับทิมบนที่สูงมีข้อได้เปรียบให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี สีของเยื่อหุ้มเมล็ดและเปลือกมีสีสดใสชมพูถึงแดงเข้ม ปัจจุบันทับทิมเป็นไม้ผลที่อยู่ระหว่างวิจัยยังไม่มีการส่งเสริม

       ทับทิมเป็นไม้ผลยืนต้น ดอกเป็นดอกเดี่ยว มีสีแดงปนส้ม ดอกมี 2 ชนิดคือ      ดอกกระเทยที่ทำหน้าที่เป็นดอกตัวเมีย และดอกกระเทยที่ทำหน้าที่เป็นดอกตัวผู้ ระยะเวลาการออกดอกแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์และสถานที่ปลูก เช่นพันธุ์บ้านหลวงที่ปลูกที่ อ . ฝาง จ . เชียงใหม่ ออกดอกตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม ผลมีลักษณะกลมหรือค่อนข้างกลมแตกต่างกันตามพันธุ์ ผลอ่อนมีสีเขียวแก่ ผลเริ่มแก่สีผิวผลจะพัฒนามีสีเหลืองอมแดงหรือแดง เก็บเกี่ยวผลเมื่ออายุ 5-7 เดือนหลังดอกบาน

     สภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับปลูกทับทิมคือ อากาศหนาวเย็นในฤดูหนาวและร้อนแห้งในฤดูร้อน ทับทิมทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ถ้าขาดน้ำจะให้ผลผลิตต่ำ

     ทับทิมมีคุณค่าทางอาหาร โดยมีกรดที่สำคัญได้แก่ citric acid เป็นกรดอินทรีย์ที่มีมากถึง 7-30 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม และกรดอื่นได้แก่ malic, oxalic, succinic และ tartanic ปริมาณน้ำตาลจะเป็น น้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตส

 

          มูลนิธิโครงการหลวงได้ดำเนินโครงการไม้ผลต่างถิ่น (exotic fruits) ตั้งแต่พ . ศ . 2525-2528 โดยได้รวบรวมพันธุ์ทับทิมจากทั้งในและต่างประเทศไว้จำนวน 28 พันธุ์ และได้ปลูกรวบรวมไว้ในสถานีวิจัยของโครงการหลวง ทำการประเมินคุณค่าการใช้ประโยน์และวิจัยเพื่อผลิตเป็นการค้าบนพื้นที่สูง มีการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะประจำพันธุ์ต่างๆ ที่มีประโยชน์ในด้านบริโภคผลสด จำนวน 8 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ทับทิมทอง , พันธุ์บ้านหลวง , พันธุ์อติชัย , พันธุ์วันเดอร์ฟูล , พันธุ์โกเทพ , พันธุ์อิหร่าน , พันธุ์ตรุกี และพันธุ์ชาร์มี

          ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงยังไม่มีการส่งเสริมปลูกทับทิมเป็นการค้า และอยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนาพันธุ์ทับทิมเพื่อการบริโภคผลสดและแปรรูป สำหรับผลผลิตที่มีจำหน่ายเป็นผลผลิตจากแปลงวิจัย มี 1 พันธุ์คือ ทับทิมเมล็ดนิ่มพันธุ์อติชัย

"ทับทิมสยาม" ส้มโอดีที่ลุ่มน้ำปากพนัง

 >>>>>>>> ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เนื้อสีแดงเข้ม นุ่ม อร่อย หวานหอม นับว่าเป็นพันธุ์ที่อร่อยมากพันธุ์หนึ่ง มีพื้นที่ปลูกในเขตอำเภอปากพนัง เพียง 150 ไร่ ขณะนี้ตลาดอ้าแขนรับ ได้รับความนิยมสูงมาก ขายได้ราคาสูง ไม่พอขาย จะต้องเร่งส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม

 >>>>>>>> จากการเปิดเผยของ นายสุทิน ศรีเผด็จ เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงสถานการณ์ การปลูกส้มโอในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากถึง 22,000 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 18,000 ไร่ สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดปีละ ประมาณ 100 ล้านบาทพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกได้แก่ พันธุ์ขาวทองดี ขาวพวง ฯลฯ และที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากในขณะนี้คือ พันธุ์ทับทิมสยาม” ซึ่งนับว่าเป็นพันธุ์ใหม่ที่มาแรงเพิ่งนำเข้ามาปลูกในพื้นที่อำเภอปากพนัง มีเกษตรกรผู้ปลูกเพียง 20 ราย เท่านั้น และ สำนักงานเกษตรจังหวัด กำลังส่งเสริมให้เป็นพันธุ์ทางเลือกอีกพันธุ์หนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

 >>>>>>>> ลักษณะประจำพันธุ์ของส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม มีลักษณะใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนุ่ม ลักษณะภายนอก ผลมีขนาดใหญ่เส้นรอบผลประมาณ 16-22 นิ้ว หัวจีบ(คล้ายขาวพวง) ผิวผลมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วผล คล้ายกำมะหยี่ เมื่อจับผลเบา ๆ จะรู้สึกได้ ผิวเปลือกนุ่ม เปลือกบาง ถ้าเก็บเกี่ยวหรือขนส่งไม่ดี จะซ้ำง่าย ลักษณะภายในผลเมื่อแก่จัดจะมีเนื้อสีแดงเข้ม (สีทับทิม) รสชาดหวาน หอม นุ่ม น่ารับประทาน

 >>>>>>>> จากการเปิดเผยข้อมูลของผู้ปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม รายแรก คือ นางประนอม มัดสะแหละ ที่หมู่บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2540 นายสมหวัง มัดสะแหละ อาของตนได้ไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดปัตตานี มีโอกาสได้ชิมส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามแล้วรู้สึกติดใจ ในรสชาด จึงได้นำกิ่งตอน มาปลูกที่หลังบ้าน(บ้านแสงวิมาน) จำนวน 2 ต้น เมื่อส้มโอให้ผลผลิต ปรากฎว่า รสชาดดีกว่าเดิม จึงได้ขยายพันธุ์ปลูกเพิ่มและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจบ้าง ทุกคนที่ได้ชิม จะติดใจในรสชาติและ ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามก็ได้เริ่มเป็นที่รู้จักกว้าขวางขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

 >>>>>>>> นายปลอดและนางนิรัตน์ ล่องทอง สองสามีภรรยา วัย 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองน้อยอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในจำนวนไม่กี่รายที่ปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามแต่เป็นหนึ่ง ในจำนวนหลายพันรายที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ โดยเข้าร่วมโครงการในปี 2546 จำนวน 3 ไร่ ได้รับการสนับสนุนต้นพันธุ์ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี มาจากสำนักงานเกษตร จังหวัด นครศรีธรรมราช และต่อมาได้ซื้อส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามจากเพื่อนบ้านในตำบลเดียวกัน และตำบลใกล้เคียงมาปลูกเพิ่ม จำนวน 20 ต้น และปีต่อมา ได้ขุดพื้นที่นาเพื่อปลูกส้มโอเพิ่มเป็น 18 ไร่ แต่จำนวนส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามยังไม่ได้ปลูกเพิ่ม ส่วนการตลาดส้มโอ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้นับว่าดีทีเดียว จะมีพ่อค้ามารับซื้อที่สวนแบบคละขนาด ในราคาผลละ 16 บาท(พันธุ์ทองดี)ปีที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

 >>>>>>>> ส่วนส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม จำนวน 20 ต้น ให้ผลแล้วได้ผลผลิตปีละประมาณ 100 ผล/ต้น จะใช้วิธีการขายปลีกที่บ้าน หรือขายแบ่งให้พ่อค้าที่มาซื้อ ถึงสวนหลาย ๆ ราย โดยจะต้องแบ่งกันเพราะมีความต้องการซื้อสูงมาก ขายได้ผลละ 30-40 บาท ตามขนาด ส่วนพ่อค้าที่มารับซื้อจะนำไปขายปลีก ผลละ 50-100 บาท ส่วนการบำรุงรักษาก็เหมือนกับส้มโอทั่วไป ขณะนี้เริ่มตอนกิ่งเพื่อปลูกเพิ่มและแบ่งขายให้กับเพื่อนบ้านหรือผู้สนใจบ้างแล้ว และยินดีที่จะให้ข้อมูล หรือแลกเปลี่ยน ประสบการณ์กับเพื่อนเกษตรกรที่สนใจ เพราะหลังจาก ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คนในครอบครัวภาคภูมิใจมาก และได้ตั้งความหวังเอาไว้ว่า จะต้องทำแปลงโครงการนี้ให้สำเร็จให้ได้ เพื่อทดแทนพระคุณ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อคนลุ่มน้ำปากพนัง และก็ทำได้สำเร็จไปในระดับที่น่าพอใจแล้ว


 
แหล่งที่มา:http://www.moac.go.th/builder/bhad/taptim.php

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น