ออกญาวิชาเยนทร์" (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ♥

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:28:07 โดย saranchana6410
 ออกญาวิชาเยนทร์" (คอนสแตนติน ฟอลคอน)

"ออกญาวิชาเยนทร์" หรือ คอนสแตนติโย เยรากี หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน ว่าเกิดเมื่อ พ.ศ.2190 ที่เมืองคัสโตด เกาะเซฟาโลเนีย ประเทศกรีก อายุได้ 13 ปี ก็ออกผจญชีวิตแสวงโชคโดยสมัครเป็นเด็กรับใช้ในเรือสินค้าของอังกฤษ ทำงานตั้งแต่ขัดรองเท้า ยกอาหาร ล้างจาน แต่มีโอกาสท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆ ... ด้วยความเฉลียวฉลาดและตั้งใจศึกษาหาความรู้ ทำให้พูดภาษาอังกฤษและโปรตุเกสได้ ต่อมาเข้าทำงานกับบริษัทอีสท์อินเดียของอังกฤษ ที่เมืองบันตัม เกาะชวา ได้รู้ภาษามลายูอีกภาษาหนึ่ง
พ.ศ.2221 เข้าประจำสาขาอยุธยา ทำงานไปลักลอบทำการค้าแสวงหาประโยชน์ตนไป 2 ปีต่อเข้ารับราชการในกรมพระคลังสินค้า ผลงานเป็นที่พอใจแก่ราชการจนได้รับตำแหน่งที่ออกหลวงสุรสาคร มีโอกาสเข้าเฝ้าพระนารายณ์ กราบทูลเรื่องราววิทยาการและความเจริญของโลกตะวันตกต่อพระองค์ ปี 2228 เลื่อนยศเป็นออกพระฤทธิกำแหงภักดี แอบแฝงค้าขายกับกรมพระคลังสินค้าจนมั่งคั่ง มีคฤหาสน์ใหญ่โตที่อยุธยาและลพบุรี

พ.ศ.2230 รับตำแหน่งราชการสูงสุดฝ่ายพลเรือน เป็นถึงที่สมุหนายกในราชทินนาม ออกญาวิชาเยนทร์ มีบทบาทในการดำเนินการค้าระหว่างอาณาจักรทำให้อยุธยาได้รับประโยชน์มากกว่าที่เคยได้ถึงสองเท่า ทั้งเขามีบทบาทยิ่งในการส่งคณะทูตไทยไปเจริญไมตรีกับฝรั่งเศส พ.ศ.2227 และเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสส่งคณะทูตมายังอยุธยาในปี 2228 มี เชอวาเลีย เดอ โชมองต์ เป็นราชทูต ฟอลคอนก็เป็นคนสำคัญในการรับราชทูตครั้งนั้น

ความทะเยอทะยานผลักฟอนคอนให้คิดกบฏต่อสยาม ด้วยการส่งจดหมายไปยังพระเจ้าหลุยส์ให้ทรงส่งทัพมายึดอยุธยา ทหาร 600 นายจากจำนวน 3,000 ฝ่ามรสุมเข้ากรุงศรี แต่พระเพทราชาและโกษาปานทราบแผนการร้ายนี้ ในระหว่างที่พระนารายณ์ประชวรหนัก พระเพทราชายึดอำนาจวันที่ 18 พฤษภาคม 2231 ที่เมืองลพบุรี แล้วใช้กำลังทหาร 5,000 ล้อมจับทหารฝรั่งเศส จับตัวฟอลคอนไปประหารชีวิตที่วัดซาก ข้างทะเลชุบศร ลพบุรี วันที่ 5 มิถุนายน 2231

จบชีวิตนักผจญภัยยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลกผู้ได้มาเป็นถึงสมุหนายกแห่งสยาม แต่ปิดฉากตนเองตั้งแต่อายุเพียง 41 ถูกประหารชีวิต ริบทรัพย์ ครอบครัวสลาย

ภรรยาคือ มารี ฟอลคอน (หรือ ดอญา กีมาร์ เดอ ปีนา หรือมารี กีมาร์) ถูกนำตัวกลับอยุธยา ต้องโทษจำคุกเกือบ 2 ปี เมื่อพ้นโทษแล้วไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านโปรตุเกส มีหน้าที่ทำของหวานส่งเข้าวัง (อ.เบญจพร บุญมี เคยเสริมว่าเป็นที่มาของขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และคำว่า "สบู่" ซึ่งเลียนเสียงมาจากคำว่า sabão ในภาษาโปรตุเกส) ถึงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ "ท้าวทองกีบม้า" ได้เป็นหัวหน้าห้องเครื่องในโรงครัวหลวง บั้นปลายชีวิตสุขสงบอยู่ในราชอาณาจักรอยุธยากระทั่งถึงแก่กรรม

ข้อมูลจาก -
http://www.osknetwork.com
ภาพจาก -http://www.osknetwork.com


กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น