กลุ่มและชนิดของสิ่งเสพติด........?

  โพสเมื่อ 2009-10-05 22:33:19 โดย sri6327
  กลุ่มและชนิดของสารเสพติดตามการออกฤทธิ์    สำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขต10 เชียงใหม่
คู่มือการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด

สามารถแบ่งสารเสพติดออกเป็นกลุ่มตามผลต่อร่างกายได้ดังนี้
1. กลุ่มฝิ่นและอนุพันธ์ของฝิ่น
ฝิ่นได้มาจากดอกฝิ่น มีสารมอร์ฟีนและสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท มอร์ฟีนนำ
ไปสกัดเป็นเฮโรอีนได้ ขณะเดียวกันสารสังเคราะห์ประเภทเดียวกันกับฝิ่นก็มี
เช่น เมธาโดน   เพทธิดีน  สารประเภทฝิ่นสามารถลดความเจ็บปวด และทำ
ให้เกิดความรู้สึกสบาย เคลิบเคลิ้ม ขณธเดียงกันทำให้เกิดการติดได้ง่าย
2. สารกดประสาท
ได้แก่อัลกอฮอล์ ยาบาร์บิทูเรต ยาระงับประสาท และยานอนหลับ สารกลุ่มนี้
ทำให้เกิดอาการง่วง กดประสาท และเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อาการจาก
การถอนยาจะรุนแรงมาก
3. สารกระตุ้นประสาท
ได้แก่โคเคน ซึ่งได้จากใบโคคา และสารกระตุ้นที่เกิดจากการสังเคราะห์เช่น
แอมเฟตามีน/เมทแอมเฟตามีน//เอคตาซี่ เป็นต้น ใช้แล้วจะรู้สึกร่าเริงเบิก
บาน เมื่อใช้แล้วทำให้เกิดการเสพติดทางจิตใจสูง
4. สารหลอนประสาท
อาจเกิดจากการสังเคราะห์เช่น LSD หรือจากพืชเช่น เห็ดบางชนิด สารเหล่า
นี้ทำให้เกิดผลทางจิตใจซับซ้อนมาก แต่ไม่ทำให้เกิดการเสพติด




เฮโรอีน (Heroine)


- พบครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พศ.2471 เฮโรอีนหรือ
ไดอาเซทิลมอร์ฟีน (Diacetyl morphine) ได้มาจากการนำยางจากดอกฝิ่น
มาสกัดจะได้มอร์ฟีน เมื่อนำมอร์ฟีนมาทำปฏิกริยากับกรดเช่นกรดอาซีติก    จะได้เป็นเฮโรอีน ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 มีการผลิตออกมาอย่างมาก
มายเพื่อใช้เป็นยาระงับอาการเจ็บปวดแบบครอบจักรวาล โดยเฉพาะในการ
ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ในอดีตเชื่อกันว่าเฮโรอีนเป็นสารที่ปลอดภัยที่ใช้แทน
มอร์ฟีน และไม่ทำให้เกิดการเสพติด
- ชักนำให้ร่างกายต้องการยาเพิ่มมากขึ้นและในที่สุดทำให้จิตใจต้องพึ่งยา  ทำให้เกิดการเสพติดในที่สุด
- การเสพใช้วิธีสูบ สูดดม และโดยการฉีดในที่สุด
- ปริมาณยาที่ใช้ในการเสพขึ้นกับเงินของผู้เสพ โดยทั่วไปจะต้องการยาวันละ
  3 ครั้งหรือประมาณ 8 ชั่วโมงต่อครั้ง
- ฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้นานประมาณ 3 - 6 ชั่วโมง
- พฤติกรรมทั่วไปหลังการเสพยา จะมีอาการเคลิ้ม ง่วงทันที เซื่องซึม ว่านอน
สอนง่าย และเป็นไปได้ที่จะมีอาการเดินแบบลากเท้า
- อาการถอนยาแบบเฉียบพลัน จะเกิดขึ้นภายใน 8 - 12 ชั่วโมงหลังการเสพยา
ครั้งสุดท้าย
- อาการถอนยาจะไม่รุนแรงถึงชีวิตแต่จะทรมานมาก เช่นอยากอาเจียน เป็น
ตะคริว และมีอาการคล้ายเป็นไข้หนาว บางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นที่พอได้
เฮโรอีนมาก็จะรีบฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยเร็วอย่างรีบร้อน โดยไม่คำนึงถึง
อันตรายและความปลอดภัยจากโรคเอช ไอ วี โรคไวรัสตับอักเสบ บี และ
ไวรัสตับอักเสบ ซี (HCV)
- ผลระยะยาวต่อสุขภาพเฮโรอีนทำให้เกิดเส้นโลหิตตีบ เป็นฝี บาดทะยัก ติด
เชื้อเอช ไอ วี  เอดส์   ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี / ซี โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับ
ทรวงอก ปัญหาเกี่ยวกับหลอดลม ท้องผูก บางครั้งอาจเกิดการเสพยาเกิน
ขนาดทำให้ช็อคเสียชีวิตโดยทันทีได้



ฝิ่น (Opium)

ลักษณะและผลการจากการเสพ
- ฝิ่นได้มาจากดอกฝิ่น ผลต่อจิตใจและร่างกายของฝิ่นเป็นที่รู้จักกันดีมานาน
กว่า 4000 ปี
- ฝิ่นเป็นยางสีน้ำตาลสกัดออกมาจากกระเปาะดอกฝิ่น โดยการใช้มีดกรีด   ยางฝิ่นดิบประกอบด้วยมอร์ฟีนร้อยละ 7 - 15 แยกออกได้ง่าย โดยทำให้ตก
ตะกอนจากการต้มธรรมดา ฝิ่นดิบมีกลิ่นฉุนแรง
- ฝิ่นมีฤทธิ์ต่อการทำงานของสมองและจิตใจ ดังนั้นจึงทำให้ผู้เสพมีความ
ต้องการฝิ่นในระดับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
- ประเทศในแถบตะวันตกมีการใช้ฝิ่นในปริมาณที่ลดลง แต่ยังมีบางกลุ่มที่
ใช้กันอย่างแพร่ หลายในเวลานี้ได้แก่ ชนกลุ่มน้อยในจีน ลาว เขมร พม่า  ไทย และเวียดนาม ทั้งเพื่อการรักษาโรคและการผ่อนคลาย
- ฤทธิ์ฝิ่นก่อให้เกิดความอิ่มเอิบ ปลาบปลื้มขนาดหนัก เกิดความรู้สึกเคลิบ
  เคลิ้ม กล้าคิดกล้าพูดมากกว่าปกติ เมื่อหมดฤทธิ๋ยาทั้งลมหายใจและความ
  คิดจะลดลง สมองเริ่มสับสน ง่วงซึม และต้องการนอนพักผ่อน
- การเสพใช้วิธีการสูบ เคี้ยว และใช้ปรุงรสในอาหาร หรือชงดื่ม
- กรณีที่ใช้ไปป์ (เสพยาจะปั่นเป็นเม็ดกลมๆ เผาไฟแล้วสูดอัดควัน
- ตะกอนขี้เถ้าหรือมูลฝิ่น ที่เผาสูดควันไปแล้ว ยังคงมีมอร์ฟีนตกค้างอยู่ประ
มาณร้อยละ 5 - 8 ผู้เสพจึงนำกลับมาใช้ใหม่ได้ซึ่งรู้จักกันในนาม ฝิ่นน้ำดำ
(Black  water opium) เป็นที่นิยมกันในประเทศเวียดนามและกัมพูชา
- การสูบฝิ่นเร่งให้มีการสูบฉีดโลหิตเร็วขึ้น รวมถึงเร่งการทำงานของปอด  และฤทธิ์สามารถแล่นสู่สมองในเวลาเพียง 7 นาที
- การเสพในระยะยาวจะบั่นทอนสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เบื่อ
อาหารและร่างกายซูบผอม - อาการถอนยาของฝิ่นเหมือนกับอาการถอนยาของมอร์ฟีนได้แก่ ตื่นเต้น  หงุดหงิด วิตกกังวล อยากอาเจียน นอนไม่หลับ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้อง



โคเคน (Cocaine)

- ผู้อาศัยแถบอเมริกาใต้ นำใบโคคา (Coca leaf)มาเคี้ยวเป็นเวลาหลายพัน
ปีมาแล้ว แต่คนยุโรปเพิ่งรูจักพืชชนิดนี้เมื่อศตวรรษที่ 19 นี้เอง ฤทธิ์จากใบ
โคคามีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทส่วนกลาง
- โคเคน ได้มาจากการนำต้นและใบโคคามาเข้าขบวนการทางเคมี
- โคเคนมีฤทธิ์ต่อการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางสูง
- ใบโคเคนจะไม่เป็นพิษถ้านำมาเคี้ยวหรือชงดื่ม
- การเสพใช้วิะสูดดม (ออกฤทธิ์ภายใน 2 - 4 นาที) สูบหรืออัดควัน(จะออก
ฤทธิ์ภายใน 10 -15 วินาที) และการฉีด (ออกฤทธิ์ภายใน 10 -20 วินาที) - ยาจะออกฤทธิ์นาน 10 - 40 นาทีขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของยาและวิธีการ
เสพ
- พฤติกรรมของผู้เสพโคเคนจะมีอารมณืร่าเริง ไม่อยู่นิ่ง รู้สึกมีกำลัง ตื่นตัว
อยู่ตลอดเวลา เพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเองและมีความต้องการทางเพศ อาจ
มีพฤติกรรมอันคาดไม่ถึง เช่นการก่อการวิวาท เกิดอาการกร้าวร้าวได้
- กรณีที่เสพเกินขนาดหรือร่างกายต้านฤทธิ์ยาไม่ไหว อาจเป็นอันตรายถึง
ชีวิต
- ถ้าไม่ได้เสพยาจะรู้สึกอยากอาเจียน และจิตใจห่อเหี่ยว
- ความเสี่ยงจากการติดเชื่อเอช ไอ วี สูงหากใช้อุปกรณืในการเสพยาร่วมกัน  รวมทั้งจากการมีเพศสัมพันธุ์ที่ไม่ได้มีการป้องกัน



กัญชา (Cannabis/Marijuana)

- กัญชาได้มาจากต้น Cannabis sativa ซึ่งมีการใช้กันมานานหลายพันปี
มาแล้ว โดยการนำมาใช้ในการรักษาทางแพทย์ ทางศาสนาและสังคม  ลำต้นของกัญชา (ที่ไม่มีฤทธิ์ของสารเสพติด) ถูกนำมาผลิตเป็นเชือกกระ
ดาษ สิ่งทอ เสื้อผ้า
- กัญชามีทั้งต้นตัวผู้/ต้นตัวเมีย สารที่ออกฤทธิ์คือเตตร้าไฮโดรคานาบินอล
(THC - tetrahydrocannabinol) พบที่ส่วนดอกของต้นกัญชาตัวเมีย
- กัญชาถูกใช้เป็นส่วนผสมของยาอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้เนื่องจากมีฤทธิ์ตก
ค้างที่จะเป็นอันตรายน้อยกว่าเฮโรอีน แอลกอฮอล์ ยาสูบ
- ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับร่างกายที่ต้องพึ่งกัญชา ส่วนการที่จิตใจ
ต้องการกัญชานั้นเป็นผลมาจากความถี่ในการเสพยา
- ผลผลิตจากกัญชามี 3 ชนิด คือกัญชาตากแห้งได้มาจากใบและดอกแห้ง
ของต้นกัญชา ซึ่งมีฤทธิ์น้อนที่สุด ส่วนยางกัญชาได้มาจากยางเหนียวๆที่
คลุมอยู่ที่ส่วนบนสุดของดอกกัญชา ซึ่งจะเก็บและนำมาสังเคราะห์เป็นก้อน
เล็กๆ และน้ำมันกัญชาซึ่งสกัดมาจากยางที่ถูกสังเคราะห์ของต้นกัญชาซึ่ง
มีฤทธิ์แรงที่สุด
- การเสพกัญชาตากแห้งโดยปกติทั่วไป ใช้มวนเป็นบุหรี่ หรือใส่ไว้ในไปป์
แล้วสูบ ส่วนยางกัญชาและน้ำมันกัญชาจะใส่ไว้ในบุหรี่ทั่วไปแล้วสูบ หรือ
ผสมกับอาหารรับประทาน เช่นขนมเค้ก คุ้กกี้
- ฤทธิ๋จากการเสพยาขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ใช้ / วิธีการเสพ / ชนิดของกัญชา
/ ความถี่ / ระยะเวลาที่เสพ ผลจากการเสพทำให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม  ลืมความทุกข์และความเจ็บปวด  เจริญอาหาร เสียการทรงตัว งุนงงสับสน
ไม่มีสมาธิ เซื่องซึม
- ระยะเวลาของการออกฤทธิ์ของยาสูงสุดในระยะเวลา 30 นาทีหลังการเสพ  จากนั้นจะคงค้างอยู่นานประมาณ 3 ชั่วโมงจึงจะหมดฤทธิ์ยา
- อาการถอนยาจากการใช้ยามานานจะมีอาการปวดศีรษะ วิตกกังวล ซึมเศร้า
และหลับไม่สนิท
- การสูดควันจากกัญชาที่เผาไหม้ ร่างกายจะได้รับสารก่อมะเร็ง(คาซิโนเจน)
น้ำมันดิน และคาร์บอนนอนนอกไซด์ ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนของ
ระบบทางเดินหายใจ ระบบหลอดเลือดและหัวใจ บุหรี่ที่ทำจากใบกัญชา 1    มวน มีน้ำมันดินและสารก่อมะเร็งเทียบเท่ากับบุหรี่ก้นกรองประมาณ 14-15
มวน



_________________________________________________________________


กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น

 


 


สุดโค้ย

#2 โดย เดกน่ารัก
เมื่อ 2013-01-06 15:02:19

มีข้อมูลเยอะดีค่ะชอบ

#1 โดย ริน
เมื่อ 2011-09-07 17:37:08