สตาร์บัคส์ เวีย แค่ต้องการตอบโจทย์ “ทุกที่ ทุกเวลา” หรือ…?

  โพสเมื่อ 2011-08-19 16:39:48 โดย suanlum

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6 กันยายน ที่จะถึง สตาร์บัคส์ในไทยจะเปิดตัวกาแฟสำเร็จรูป “สตาร์บัคส์ เวีย
(Starbucks VIA Ready Brew)” อย่างเป็นทางการ

ถือเป็นบทเรียนอีกครั้งหนึ่งของแบรนด์ระดับโลกที่ต้องยอมจำนนต่อ “การปรับกลยุทธ์”
ภายใต้บริบทของการที่เปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและแรงเสียดทานของปัจจัยภายนอกที่หนักหน่วง
และยาวนาน อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เห็นว่า การเป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลกที่มีสาวกกระจายอยู่ทุกมุมโลก
จะขยับตัวแต่ละครั้งย่อมเป็นที่จับจ้องและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

 

แน่นอน สตาร์บัคส์ไม่สามารถปฏิเสธการถูกนำมาเป็นกระแสได้ อย่างเมื่อครั้งการประกาศ
ปรับ “โลโก้” ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโลกออนไลน์ หรือออฟไลน์ รวมถึง
การส่งสินค้าใหม่เข้าตลาดแต่ละครั้งก็เช่นกัน ส่วนหนึ่งต้องถือว่าเป็นประโยชน์กับแบรนด์มาก
เพราะสามารถทำให้เกิดสร้างการรับรู้ในวงกว้างไปโดยปริยาย

โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ส่งกาแฟสำเร็จรูปเข้าตลาด ถึงกับมีการฟันธงในครั้งแรกว่า “สตาร์บัคส์ เวีย” 
ไปไม่รอด !!!
เพราะพฤติกรรมคนอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของสตาร์บัคส์ นิยมดื่มกาแฟแบบชง
จากเครื่องที่ได้ทั้งกลิ่น รสชาติ และมองว่ากาแฟผงสำเร็จรูป คือกาแฟคุณภาพต่ำ ยิ่งไปกว่านั้น
สตาร์บัคส์กำลังท้าทายและมีโอกาสเสี่ยงอย่างมาก สำหรับการที่จะรักษาคุณภาพ ทั้งรสชาติ
และกลิ่นของกาแฟคั่วสดแบบชงดื่มในร้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งของสตาร์บัคส์มาไว้ในกาแฟผง
ที่อาศัยเพียงแค่เทจากซอง ชงกับน้ำร้อนแล้วดื่มได้ทันที  

แต่จะทำอย่างไร ? ? เมื่อสถานการณ์คับขันเต็มที่ ทั้งจากจำนวนสาขาของสตาร์บัคส์ได้เดินทาง
ถึงจุด “อิ่มตัว” ตัวเลขยอดขายโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง “การสร้างโอกาสใหม่” จึงเป็นเรื่อง
ที่ต้องขบคิดอย่างจริงจัง เพื่อพยุงรายได้ไว้ ประกอบกับเศรษฐกิจทั่วโลกยังอยู่ในสภาพ
อ่อนระโหยโรยแรง อีกทั้งการรุกไล่ของ แมค คอฟฟี่ ก็ดูจะเข้มข้นขึ้นทุกขณะ อุปสรรคเหล่านี้
ศักดิ์ศรีความเป็นเชนร้านกาแฟระดับโลกของสตาร์บัคส์เกินที่จะต้านไหว

ปรากฏว่า เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2553 กาแฟผงสตาร์บัคส์ เวีย ทำยอดขายทั่วโลกได้ถึง 180
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 5,400 ล้านบาท
ขณะที่ในตลาดสหรัฐอเมริกาสามารถไต่ระดับ
ขึ้นมาเป็นที่ 5 ครองส่วนแบ่งตลาดกาแฟผงสำเร็จรูปถึง 10.4% (ในเชิงปริมาณยอดขาย)
การเติบโตแบบก้าวกระโดด

 

เป็นผลจากการตัดสินใจที่เด็ดขาด ทั้งการเข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีกอื่นๆ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต
ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงการนำวิธีคั่วบดกาแฟแบบใหม่ Micro Grinding ที่ว่ากันว่าทำให้การคั่วบด
กาแฟสำเร็จรูปนี้ มีความใหม่ หอมกรุ่น รสชาติไม่ต่างจากกาแฟสด ถึงขนาดว่าผ่านการทดสอบแล้ว
พนักงานและลูกค้าแยกไม่ออกระหว่างกาแฟสดกับกาแฟสำเร็จรูป ส่วนบรรจุภัณฑ์เลือกใช้ซอง
ที่สื่อสารถึงความเป็นพรีเมียมได้ชัด ทั้งสีสัน การออกแบบ รวมถึงราคาที่วางก็สูงกว่าแบรนด์อื่น

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตำแหน่งในการแข่งขันของเวียชัดเจน มีความกาแฟสำเร็จรูปพรีเมียมครบสูตร
พร้อม ๆกับการรักษาไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของสตาร์บัคส์เอาไว้ นอกจากนั้นยังใช้การส่งเสริมการขาย
อย่างเข้มแข็ง แต่แรงหนุนอีกด้านหนึ่งของเวีย เกิดจากจังหวะเวลาที่ เหมาะ เพราะเศรษฐกิจทั่วโลก
ยังอยู่ในช่วงขาลง การตัดสินใจพึ่งพิงกาแฟสำเร็จรูปแทนการดื่มในร้านเป็นทางเลือกที่ดีของผู้บริโภค
ยิ่งเป็นแบรนด์ที่ชดเชยการใช้บริการในร้านได้ก็ทำมีความรู้สึกดีขึ้นได้

 

สตาร์บัคส์ เวีย แค่ตอบโจทย์
 “ทุกที่ ทุกเวลา” เท่านั้น


แม้ว่าขณะนี้ความชัดเจนของสตาร์บัคส์เวียในไทย จะมีแค่ วันที่ และ ตัวสินค้าที่จะเข้าตลาด
สองรสชาติ คือ โคลัมเบีย และอิตาเลียนโรสต์ ซึ่งทั้งสองตัวมักถูกส่งมาเป็นทัพหน้าเพื่อหยั่งเชิง
ตลาดแต่ละประเทศก่อน  ทั้งหมดเป็นกาแฟอาราบิก้า 100% ซึ่งโคลัมเบีย เป็นเมล็ดอาราบิก้า
ชั้นเยี่ยมจากโคลัมเบีย ที่มีกลิ่นถั่วผสมอยู่ ส่วนอิตาเลียนโรสต์ ให้รสชาติหนักแน่น นุ่มลึก 
และเบื้องต้นไม่มีการวางจำหน่ายในช่องทางค้าปลีก  แต่ใช้สาขาของสตาร์บัคส์ที่มีอยู่ราว 400
สาขาเป็นกลไกการกระจายสินค้าเท่านั้น
และได้เตรียมที่จะสร้างประสบการณ์ให้กับคอกาแฟ
ชาวไทย ด้วยการนำเวียไปผสมเป็นเมนู ต่าง ๆ ที่แตกต่างจากสูตรกาแฟในร้านสตาร์บัคส์ นัยว่า
เพื่อเพิ่มทางเลือก อาทิ กาแฟเวียผสมกับรัม หรือค็อกเทล, มะนาวโซดา, สมูทตี้โยเกิร์ต ฯลฯ
 
ดูจากการวางแผนการตลาดที่เรียบง่าย  ทำให้มองได้ว่า สตาร์บัคส์เวีย จะถูกนำเข้ามาเพื่อเพิ่ม
ความถี่ เพิ่มโอกาสในการดื่มให้กับฐานลูกค้าเดิมของสตาร์บัคส์เป็นหลัก อีกทั้งระดับราคาที่วางไว้
เท่ากับราคาขายในต่างประเทศ คือ กล่องบรรจุ 3 ซอง ราคา 95 บาท และกล่องบรรจุ 12 ซอง
ราคา 350 บาท ตกประมาณ 30 กว่าบาทต่อซอง บ่งชี้ว่าตำแหน่งของสตาร์บัคส์ เวีย คือ
กาแฟสำเร็จระดับรูปพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นเซกเม้นท์ยังมีฐานผู้ดื่มจำกัด มีอัตราการเติบโตต่ำ

เมื่อมองโดยภาพของตลาดกาแฟสำเร็จรูปมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท ต้องบอกว่าขณะนี้คนไทยทั่วไป
รักและชื่นชอบในความสะดวก ประหยัด เรื่องรสชาติของกาแฟว่ากันทีหลัง ส่งผลให้ตลาด 3 in 1
กลายเป็นที่มีการขยายตัวสูงต่อเนื่องหลายปี และกลายเป็นตลาดใหญ่ไปโดยปริยาย 
เป็นอันว่า ….งานนี้ รายใหญ่ รายเล็ก ในตลาดกาแฟสำเร็จรูปในช่องทางค้าปลีก ยังสบายใจได้

 

ขณะที่สตาร์บัคส์ คอนเซ็ปต์  ซึ่งต้องการให้กาแฟผงสำเร็จรูปเข้ามาเติมเต็มการดื่มสตาร์บัคส์มากขึ้น
เพราะจากนี้สามารถที่จะดื่มกาแฟสตาร์บัคส์ได้ทุกที่ ไม่จำกัดเพียงในร้านเท่านั้น รวมถึงไม่ต้องพึ่ง
เครื่องชงกาแฟ เป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า

ซึ่งสะท้อนชัดเจนผ่าน ความหมายของ “ VIA” ที่มาจากภาษาอิตาเลียน แปลว่า เส้นทาง หรือถนน
ที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคถึงการดื่มกาแฟได้ในทุกที่ ทุกเวลานั่นเอง ซึ่งจะทำให้ผู้ดื่มได้ประสบการณ์ใหม่
แตกต่างในการดื่มสตาร์บัคส์ เพราะเป็นการดื่มสตาร์บัคส์ในสถานที่ต่าง ๆ

แต่อนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก วันหนึ่ง อาจจะเห็น สตาร์บัคส์ เวีย ใน เทสโก้ โลตัส เช่นเดียว
กับในอังกฤษ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไปก็เป็นได้ ถึงตอนนั้น ตลาดกาแฟสำเร็จรูประดับพรีเมี่ยม
บ้านเรา อาจจะถูกปลุกให้คึกคัก เป็นที่สนใจของผู้บริโภคมากขึ้นก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก
marketinfo.co.th



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น