โรคที่ผู้หญิงทุกคนต้องรู้ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  โพสเมื่อ 2014-01-29 16:18:58 โดย tomoaijung

 

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคที่มีโอกาสเกิดบ่อยในผู้หญิงเกือบทุกคน เหมือนเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไร แค่รับประทานยาก็หายได้ แต่ ถ้าเป็นบ่อย หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้หรือ ปวดหลัง ซึ่งเป็นสันญานอันตราย เพราะเชื้อลุกลามถึงกรวยไต อาจทำให้เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ กระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงเป็นโรคที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าโรคอื่นๆ เพราะเกิดได้ง่ายในทุกคนโดยเฉพาะในผู้หญิง กองบรรณาธิการจึงขอข้อมูลเกี่ยวกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากนพ.วสันต์ เศรษฐวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลธนบุรี 2 เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้ทันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สามารถดูแลตัวเองและคนรอบตัวให้มีสุขภาพดีได้

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แบ่งเป็น2 ประเภท คือ ประเภทที่เกิดจากการติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ กลุ่มโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อนั้น พบได้ในผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณอุ้งเชิงกราน(Radiation Cystitis) หรือ ชนิดไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด (Interstitial Cystitis) ซึ่งมีอาการคล้ายกันกับประเภทติดเชื้อแต่มีอาการเรื้อรังมานาน และตรวจปัสสาวะไม่มีเชื้อ ส่วนกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปนั้น หมายถึง กระเพาะปัสสาวะอักเสบฉับพลัน (Acute Cystitis) หมายถึง  เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่สุด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ บางคนอาจมีไข้ต่ำ ๆ หรือปัสสาวะ เป็นเลือดร่วมด้วย

อาการเหล่านี้เกิดขึ้นฉับพลัน ผู้ป่วยหลายท่านมักเข้าใจว่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้นมาจากนอกร่างกาย เช่นใส่เสื้อผ้าชั้นในที่ไม่สะอาด การเข้าห้องน้ำสาธารณ เป็นต้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง จริงๆ แล้ว เชื้อโรคเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในร่างกาย ในบางสภาวะ เชื้อโรคเหล่านี้อาจเพิ่มจำนวนและความสามารถในการลุกลานเนื้อเยื่อ(virulence)

ทำให้เกิดอาการอักเสบได้ ภาวะเหล่านี้ เช่น การกลั้นปัสสาวะ เป็นปัจจัยที่พบบ่อยของการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ บางคนที่กลั้นปัสสาวะเพราะเห็นว่าห้องน้ำไม่สะอาด มีโอกาสเกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ

ได้มากกว่าการปัสสาวะออกไป

 

ปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ได้แก่

-         ผู้ที่มีความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ท่อปัสสาวะ ตีบ ,นิ่ว หรือเนื้องอกในระบบทางเดินปัสสาวะ

-          ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ช่องคลอดจะแห้ง เชื้อแบคทีเรียจะกระจายไปสู่ท่อปัสสาวะได้ง่าย

-         การมีเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์ทำให้เชื้อโรคกระจายเข้าไปในกระเพราะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบได้ กระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยสาเหตุนี้พบมากขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น

-         คนที่เคยมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้วมีโอกาสเป็นได้อีกบ่อยๆ แต่ไม่ควรมากกว่า 2 ครั้ง ในเวลา 6 เดือน หรือ มากกว่า 3 ครั้งต่อปี

-         ผู้ชายพบการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะได้น้อยกว่าผู้หญิงและมักมีความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะอื่นๆ เช่นมีนิ่ว,เนื้องอกท่อปัสสาวะตีบ หรือต่อมลูกหมากโตไปกดทับท่อปัสสาวะ ดังนั้นผู้ชายที่มีกระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค้นความผิดปกติเหล่านี้  กระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้ชายจะพบมากขึ้น เมื่ออายุสูงขึ้น

อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จะปวดท้องน้อย ปัสสาวะไม่สุด ปวดปัสสาวะบ่อยแต่ปัสสาวะได้ครั้งละเล็กน้อย กดที่หน้าท้องจะเจ็บ ปัสสาวะมีสีเข้มหรือมีสีแดงคล้ายเลือดปนออกมาในบางราย แต่ถ้าเชื้อกระจายไปถึงกรวยไตจะมีไข้หนาวสั่น คลื่นไส้ ร่วมด้วย จะรุนแรงกว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบทั่วไป

การรักษา แพทย์จะนำปัสสาวะไปตรวจเบื้องต้นซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ทราบผล สามารถตรวจได้โดยผู้ป่วยไม่ต้องงดอาหารและน้ำ เมื่อทราบผล แพทย์จะให้ยารับประทาน 3-5 วัน และหลีกเสี่ยงการกลั้นปัสสาวะ ,ให้ดื่มน้ำมากๆใน ช่วงนี้ ยาจะเป็นยาฆ่าเชื้อปฏิชีวนะ การดื่มน้ำมาก ๆ เพียงอย่างเดียว ก็สามารถรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบในรายที่อาการไม่รุนแรงได้

    คำแนะนำในการดูแลไม่ให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

-         ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม 6-10 แก้ว แล้วแต่ความต้องการของร่างกายของแต่ละคน

-         ห้ามกลั้นปัสสาวะ ถ้าต้องเดินทางเป็นเวลานานไม่ควรดื่มน้ำมาก ทำให้ต้องกลั้นปัสสาวะนาน ๆ ซึ่ง  เสี่ยงต่อการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่ายขึ้น

-         ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง

-         ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อยให้ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นร่างกายก็จะกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้เอง

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคพบบ่อยของผู้หญิงเกือบทุกคน ถ้ามีอาการควรรีบรักษา รีบแก้ไขจะไม่รุนแรงและหายได้ง่ายไม่อันตราย 

ข้อมูลโดย นพ.วสันต์ เศรษฐวงศ์   แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลธนบุรี2

เรียบเรียงโดย จุฬาพรรณ แม้นมินทร์

บทความอื่นในหมวดนี้



กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความเห็นในชื่อของคุณ
 
สมาชิก     รหัสผ่าน   

ความเห็น